พันธมิตรทางความ...'s profile×÷·.·´¯`·)»นักเดินทางพัน...PhotosBlogListsMore Tools Help




                                   คำนาม สรรพนาม



           

Blog


    ประกาศฉบับที่ 3

                       วันที่  1 กันยายน 2549  ขอเชิญชาวสเปซทุกท่านเข้าไปเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข  ได้ที่http://yourhappinesscompanions.spaces.live.com/ ครับ  ตอนนี้พันธมิตรทางความสุขย้ายบ้านหลังใหม่แล้วครับ
                      และมีหลายท่านถามมาว่าไม่เสียใจกับสเปซเดิมหรือ   ก็รู้สึกเหมือนสูญเสียไปเหมือนกันครับ  แต่ก้อเพราะต้องการให้ชาวสเปซเข้า - ออกสเปซพันธมิตรทางความสุขได้ง่ายขึ้นจึงตัดสินเปลี่ยนแปลงให้สเปซใหม่ครับ
                      ขอบคุณชาวสเปซเป็นอย่างมากครับ  ที่ได้แวะมาเยี่ยมสเปซพันธมิตรทางความสุขสเปซนี้ครับ  ต่อไปให้ชาวสเปซตามไปเม้นท์ให้ที่สเปซใหม่นะครับ
    ขอให้ชาวสเปซทุกท่าน  มีความสุขมากๆ นะครับ  จากใจพันธมิตรทางความสุข 

    ประกาศฉบับที่ 2

                      ประกาศ

                    
                      สวัสดีครับ  ชาวสเปซก่อนอื่นกล่าวคำว่า  ขอบคุณครับเป็นอย่างมากเลยครับ   สำหรับกำลังใจที่มอบให้แก่กระผม  แต่ในความคิดที่จะปิดสเปซนี้ไม่ใช่พึงมีมานะครับ  แต่มีความคิดมานานแล้วครับ  ที่คิดจะปิดสเปซ       และในที่สุดได้นำคอมเม้นท์ของทุกท่านกลับมาคิดทบทวนหลายครั้งต่อหลายครั้งครับ   แต่ยังไงก็ต้องปิดสเปซอยู่ดีครับ
                      มาดูสาเหตุที่ผมคิดจะปิดสเปซกันดูบ้างนะครับ   ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรบ้าง
    1.  เพราะสเปซของผมมีชาวสเปซบ่นว่าโหลดนานมาก  และสเปซนี้อืดมากครับ 
    2.  ต้องตอบล่ะครับว่าทำไมสเปซนี้โหลดใช้เวลานาน  ก้อเป็นเพราะการขาดประสบการณ์ในการทำสเปซช่วงแรกๆ ของผมครับ
    3.  สเปซโหลดมากเพราะว่า  เมื่อผมกลับไปดูBlog ต่างๆ ที่ทำมาบาง Blog  มีโค๊ตผิดอยู่ครับ 
    4.  Blog  เก่าๆ มี url  รูปที่เสียไปแล้วเยอะครับ  เป็นเพราะว่าเว็บอัพรูปบ้างเว็บตัดรูปที่ลงในBlog แล้วตัดไปเพราะหมดอายุไปครับ
    5.  อีกอย่างสำคัญครับ  สเปซนี้ผมได้ใช้ชื่อลิงค์คล้ายกับชื่อเมล์ครับ  เลยทำให้บางครั้งมีบุคคลไม่หวังดีแอบแอดเมล์ครับ  แอดแล้วเข้ามาคุยและแสดงกริยาอาการไม่เหมาะสมต่างๆ  ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากคุยด้วยนะครับ  ตัวอย่างครั้งล่าสุดแอดมาแล้ว  ให้ผมเปิดกล้อง  แต่ก็บอกไปว่าไม่มีกล้องครับ  ถามคุณชื่ออะไร  ต้องการอะไรก็ไม่ตอบครับ  กรณีแบบนี้ไม่ใช่เจอกับผมคนเดียวครับ  หลายท่านก็คงเจอมาครับ
                       บทสรุปของสเปซที่ต้องปิดครับ  เพราะผมคิดว่าถ้าแก้Blog เก่าๆ ก็คงใช้เวลานานและถ้าแก้แล้วมันจะกลับมาโหลดเร็วหรือเปล่าเพราะเคยแก้มาหลายครั้งครับ  ก็กลับมาโหลดเร็วได้ไม่กี่วัน  แล้วก็โหลดช้าเหมือนเดิม  สรุปแล้วสเปซนี้ก็ต้องปิดให้บริการอย่างถาวรอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วครับ
                        ดังนั้นจึงมีแนวความคิดว่า  มีชาวสเปซที่ไม่ต้องการให้ปิดสเปซก็มาก   ผมจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนชาวสเปซครับ   จึงได้ไปเปิดเมล์ใหม่ขึ้นมาแล้วเปิดสเปซอันใหม่มาทดแทนสเปซนี้ที่จะปิดตัวลงในวันที่ 9 กันยายน 2549 นี้ครับ
                        ขณะนี้สเปซใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีครับ แล้วติดตามดูว่า  ลิงค์สเปซใหม่คือ  ลิงค์ไหนก้อติดตามได้ที่สเปซนี้ครับ  เพราะจะปิดลงในวันนี้  9  กันยายน  2549  นะครับ
                        ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยครับ  ทำให้ร่างกายผมแย่เหมือนกันประกอบด้วยภาระหน้าที่ก็เยอะพอสมควร  การเปลี่ยนสเปซใหม่เป็นไปด้วยความล่าช้าครับ    ช่วงนี้ใครที่มีเมล์ผมจะไม่เคยออนเท่าไรก็เพราะถูกโรคภัยไข้เจ็บเล่นงานอยู่ครับ  และช่วงนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมเท่าไรครับ ไปเยี่ยมก็น้อยสเปซครับ  เพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวยครับ  แต่จะพยามยามไปเม้นท์ให้นะครับ
                         มีความสุขมากๆ นะครับ  รักษาสุขภาพนะครับ  จากใจ พันธมิตรทางความสุข
                        
     

    เตรียมพบกับสเปซใหม่ในเร็วนี้นะครับ  คิดว่าพร้อมจะเปิดสเปซในวันที่ 1 ก.ย. นี้ครับ

    เปิดบริการสเปซใหม่  ในเวลา  00.05 น. ( เที่ยงคืนวันนี้ครับ  ตามเวลาเมื่องไทยครับ )

                      

    ประกาศฉบับที่ 1

                     หวัดดีครับ ชาวสเปซทุกท่าน   มาบล๊อคนี้ไม่มีอะไรมาฝากถึงท่าน  แต่จะขอกล่าวถึงเรื่องของสเปซใหม่นะครับ  ช่วงนี้สเปซก้อยังไม่สมบูรณ์เท่าไรครับ  บ้างครั้งผมไปเยี่ยมชาวสเปซบางท่านก้อเข้าไม่ได้ครับ  และใครที่มาเยี่ยมผมแล้วผมไม่ได้ไปคอมเม้นท์ตอบก็อย่าน้อยใจนะครับ   เพราะบางครั้งเข้าไม่ได้จริงๆๆ  ลองเข้าสเปซนั้น 2-3 วันก้อเข้าไม่ได้ครับ
                     ส่วนเรื่องการปรับแต่งสเปซให้เละน้อยมากที่สุดก็ได้เขียนบทความให้แล้วนะครับ  เชิญชาวสเปซไปอ่านได้ที่ด้านขวามือ  ตรงส่วนหัวข้อ  เทคนิดต่าง ๆ ครับ  คลิกเข้าไปทำตามนะครับ  หรือท่านใดมีปัญหาก็ฝากคอมเม้นท์ไว้นะครับ  และพยายามบอกข้อมูลให้ละเอียดหน่อยนะครับ  เพราะบ้างท่านเข้ามาแล้วบอกมาสเปซมีปัญหา  แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  ดังนั้นช่วยเสียสละเวลาอันมีค่าของท่านอธิบายหน่อยนะครับ  จะได้ไปตอบปัญหาได้ตรงประเด็นครับ
     

    ประกาศ

     
                      เรื่องการปิดสเปซพันธมิตรทางความสุข  (http://thaworn55555.spaces.live.com/ )   เนื่องจากที่ผ่านมาสเปซพันธมิตรทางความสุขได้รับใช้ทุกท่านมาก็เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว  และได้รับกำลังใจจากชาวสเปซก็มากครับ  ทำให้มีแรงที่จะพยายามหาข้อมูลหรือเขียนบทความดีๆๆมาฝากชาวสเปซทุกท่าน  แต่เนื่องจากกระผมมีเวลาน้อยลงการอัพสเปซก้อเป็นไปด้วยความลำบากครับ
                      ต้องกล่าวคำว่าขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะครับ  ที่คอมเม้นท์แล้วให้ผมมีกำลังใจดีๆๆๆ    บทความและข้อมูลที่นำมาเสนอต่อชาวสเปซนี้นก็มาจากหลายที่ครับ  และต้องขอโทษชาวสเปซที่ต้องปิดสเปซนี้ครับ 
                      ดังนั้น  ในวันเสาร์ที่  9  กันยายน  2549  สเปซนี้จะไม่มีการอัพเดทข้อมูลเป็นถาวรครับ  แต่ช่วงก่อนถึง วันที่ 9  ก้อจะมีการอัพเดทและเขียนบทความปกติครับ  และติดตามความเคลื่อนไปนะครับ 
                   
     
                      ความสุขมากนะครับ  ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพด้วยครับ  จากใจ  พันธมิตรทางความสุข
     
       ถึงคุณ ~.BalLeVe.~ (http://balleve.spaces.live.com/)  เนื่องจากผมเข้าสเปซคุณไม่ได้เลยครับ  เพราะเข้าไปทีไรก้อแฮงค์ทุกทีเลยครับ
                
     
     
    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    ศัพท์กำเมือง 2



                สวัสดีครับ ชาวสเปซทุกท่าน ครั้งนี้ก็นำศัพท์กำเมืองมานำเสนอทุกท่านอีกนะครับ เพราะข้อมูลเยอะมากครับ เลยต้องแบ่งออกเป็นหลายบล๊อค

               
    ครั้งนี้ก็เป็นสุดท้ายสำหรับการนำเสนอศัพท์กำเมือง ครั้งต่อไปคงจะห่างหายไปจากการสเปซสักระยะครับ แต่จะอัพวันไหนต้องตามดูอีกทีนะครับ เพราะยังบอกไม่ได้ว่าอัพวันไหนต่อ อ่านแล้วก็นำไปคุยได้เลยครับ สำหรับคนเหนืออย่างผมบางคำก็ยังลืมไปบ้างเลยครับ และชาวสเปซที่เป็นคนเหนือบางท่านก็มีอาการคล้ายๆ กับเหมือนกันครับ เชิญอ่านให้จบนะครับ

      

                                         คำกริยา



               
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    โกรธ โขด กลับ ปิ๊ก

    เช่น "เฮาปิ๊กบ้านละหนา"

    กางร่ม กางจ้อง โกหก
    วอก
    กิน กิ๋น พาด พิง ก่าย
    ขี่หลังคน(เกาะ) เก๊าะ ขี้เหนียว ขี้จิ๊
    คิด กึ๊ด เครียด เกี้ยด
    จริง แต๊

    เช่น "แต๊ก๊ะ" = "จริงหรอ"

    เจ็บ เจ๊บ
    ใช้ ใจ๊ ดู ผ่อ
    เด็ก ละอ่อน ตกบันได ตกคันได
    เที่ยว แอ่ว ทำ ยะ

    เช่น "ยะหยัง" = "ทำอะไร"

    นั่งพับเพียบ นั่งป้อหละแหม้ นั่งขัดสมาธิ นั่งขดขวาย
    นั่งยอง ๆ นั่งข่องเหยาะ,หย่องเหยาะ นั่งไขว่ห้างเอาเท้าข้างหนึ่งพาดบนเข่า นั่งปกขาก่ายง้อน
    นั่งวางเฉย นั่งหัวโด่ นั่งคกงก(ก๊กงก) นั่งลงไปเต็มที่ตามสบาย

    (โดยไม่กลัวเปื้อน)

    นั่งเป้อหละเหม้อ

    นั่งเหม้อ

    พูด อู้ รัก ฮัก
    รู้ ฮู้ ลื่นล้ม ผะเริด
    วิ่ง ล่น สวมรองเท้า ซุบแข็บ
    สะดุด ข้อง สวยจังเลยนะ งามหลายน้อ
    สบายอกสบายใจ ซว่างอกซว่างใจ๋ เหรอ ก๊ะ
    ห่วง ห่วง

    (คำเมืองแท้ๆคือ อ่วง ว้อง หรือ ข๋าง)

    เหนื่อย อิด
    ให้ หื้อ อยาก ไข้
    อยากอ้วก อยากอาเจียน ใข้ฮาก อร่อย ลำ
    อร่อยมาก จ๊าดลำ อย่าพูดมาก จ๊ะไปปากนัก
    อย่าพูดเสียงดัง จ๊ะไปอู้ดัง




                                      คำวิเศษณ์ และอื่นๆ



               
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    ก็ ก่ โง่ ง่าว
    เช่น เจ้น ถึง
    เถิง
    ไม่ หมะ

    เช่น หมะใจ๊ = ไม่ใช้

    นะ เน้อ

    เช่น เน้อครับ = นะครับ

    เป็น เป๋น ร่ม หมายถึง ร่มเงา ฮ่ม
    ร่ม หมายถึง

    (ร่มกันแดด-กันฝน)

    จ้อง ใหญ่ หลวง

    เช่น "หูหลวง" = "หูใหญ่"

    เหนียว ตั๋ง
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    ฉัน เปิ้น (สุภาพ),

    ฮา (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย)

    เธอ ตั๋ว(สุภาพ)

    คิง (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย)

    ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา อุ้ย (เช่น แม่อุ้ย ป้ออุ้ย) ผู้ชาย
    ป้อจาย ผู้หญิง แม่ญิง พวกเขา หมู่เขา พวกเธอ สูเขา (สุภาพ)

    คิงเขา (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย)

    พวกเรา หมู่เฮา, เฮาเขา พ่อ ป้อ พี่ชาย อ้าย,ปี่ พี่สาว ปี่ ยี่สิบบาท ซาวบาท ยี่สิบเอ็ด ซาวเอ็ด เรือน เฮือน โรงเรียน โฮงเฮียน อิฐ บ่าดินกี่


                                       สี



               
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    คนอ้วนล่ำผิวดำ ดำคึลึ ฝูงนกฝูงกาขนดำอยู่เป็นฝูง ดำผืด
    ดำสลัวอยู่ในความมืด ดำคุมมุม ดำซุปเปอร์
    ดำขิกติ้ก คนผอมกระหร่อง ผิวดำ ดำคิมมิม ดำเหมือนเหล็กไหม้ไฟ ดำเหมือนเเหล็กหมก ดำเหมือนเขม่าติดหม้อดินที่ไหม้ไฟ ดำเหมือนหมิ่นหม้อ ดำทั่วทั้งแถบ ดำผึด ดำมากๆทั่วๆไป ดำผึดำผึด แดงอร่าม แดงฮ่าม แดงเป็นจุดใหญ่จุดเดียว แดงเผ้อเหล้อ แดงจัดมาก แดงปะหลึ้ง แดงอมชมพู แดงเป็นจุดเล็กๆ แดงปะหลิ้ง เหลืองอร่าม เหลืองฮ่าม เหลืองอมส้ม เหลืองเอิ่มเสิ่ม เขียวแก่ เขียวอุ้มฮุ่ม เขียวจัดมาก เขียวปึ้ด สีน้ำตาลหม่น มอยอ้อดฮ้อด ขาวนวล ขาวจั๊วะ ขาวมากๆ ขาวโจ๊ะโฟ้ะ มองไปทางไหนก็ขาวไปหมด ขาวเผื้อะขาวเผือก สีขาวซีด เปิดเจ้อะเห้อะ หม่นมัวหรือเทาอ่อน หม่นซ้อกป้อก หม่นสกปรกหรือสีเทาแก่ หม่นโซ้กโป้ก ดูเก่า หรือซีด จืดไป หมองซ้อกต๊อก สีหม่นหมองมาก เส้าแก๊ก ใบหน้าหมองคล้ำ สีมืดไม่สดใส เส้าตึ้มตื้อ ลายพร้อย หรือลายเป็นดอกดวง ลายขุ่ยหยุ่ย สดใสแบบอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ใสอ้อดหล้อด สว่างจ้า ใส่ยงยง


                                       แสง-เสียง



               
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    มืดสนิท มืดแถ้ก มืดสลัวๆ มืดสะลุ้ม
    มืดนิดๆ มืดซุ้มซิ้ม มืดลางๆ ยังพอจำหน้ากันได้
    มืดวุ่ยวาย สว่างลางๆเลือนๆ แจ้งฮุมหุฮุมหู่ สว่างจ้าสว่างเรืองรอง แจ้งฮ่าม สว่างโร่เห็นได้ชัด แจ้งลึ้ง สว่างปลอดโปร่งโล่งใจไม่มีอุปสรรค แจ้งดีขวายงาม เห็นเลือนๆลางๆ หันวุยวาย เงียบกริบ ดั้กปิ้ง เงียบเชียบ ดั้กปิ้งเย็นวอย ไม่ได้ข่าวคราว ดั้กแส้ป นั่งนิ่ง ดั้กก๊กงก เสียงดังก้องไปทั่ว ดังทึดทึด


                                       กลิ่น รส



               
     ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง  ภาษาทางภาคกลาง  กำเมือง
    เหม็นเน่า เหม็นโอ๊ง, เหม็นโอ่ จืดชืด จ๋างแจ้ดแผ้ด
    ขมมาก ขมแก๊ก รสเปรี้ยวมาก
    ส้มโจ๊ะโล๊ะ รสฝาดมาก ฝาดหยั่งก้นตุ๊


                ศัพท์กำเมืองที่นำมาเผยแพร่นี้ คำไหนที่มีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ต้องขออภัยในส่วนที่ผิดพลาด และยินดีน้อมรับความผิดพลาดอันนั้นครับ

               
    หมายเหตุ : ท่านใดมีข้อเสนอแนะและติชมก็คอมเม้นท์ได้นะครับ

               
    ขอให้ชาวทุกท่านมีความสุขมากๆนะครับ จากใจพันธมิตรทางความสุข

               
    ข้อมูลจาก www.peeso.itgo.com, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

     

    แจ้งข่าว

    การที่ทางผู้ให้บริการระบบสเปซได้เปลี่ยนรูปแบบสเปซใหม่นั้น  เรื่องนี้บอกว่ามีผลกระทบต่อสเปซเราเป็นอย่างมากครับ 
    สำหรับใครที่คิดจะอัพสเปซช่วงนี้ก็ต้องระวังหน่อยนะครับ  เพราะจะทำให้สเปซเราเสียหายได้ครับ
    แต่มีเรื่องบอกกล่าวคือถ้าใครใส่โค๊ตขยายสเปซ ( ระเบิดสเปซ ) ต้องลบออกก่อนนะครับ  เพราะโค๊ตจะทำสเปซเราดูเละไปครับ
    ส่วนเรื่องสเปซเข้ายากนั้น  ก็ต้องบอกว่าเป็นทุกสเปซครับ  และบางครั้งแฮงค์ไปเลยครับ
    ให้ไปอ่านตามวิธีนี้นะครับ

    วิธีแก้ปัญหาสเปซเบื้องต้นครับ



                                          วิธีปรับปรุงรูปแบบของ Spaces ให้ลงตัว หลังจาก Url ของสเปสเปลี่ยนเป็น Spaces Live

                                                                           Friends List

     

     

     

    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    ศัพท์คำเมือง



                สวัสดีครับชาวสเปซทุกท่าน วันนี้ก้อได้นำศัพท์กำเมืองที่ติดค้างตั้งแต่ครั้งก่อนมาให้ ทุกท่านได้รับทราบกัน

               
    อาจจะมีบ้างท่านที่เดินทางไปเที่ยวเมืองเหนือ ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก้อสามารถนำศัพท์ที่นำมาบอกกล่าวนี้ไปใช้ได้นะครับ

               
    ช่วงนี้ก็มีหลายท่าน บ่นว่าสเปซเข้าไม่ได้บ้าง เข้ายากบ้าง ก็เป็นเพราะช่วงนี้ทางผู้ให้บริการสเปซกำลังเปลี่ยนระบบสเปซบ้างอย่างนะครับ

               
    ส่วนเรื่อง MSN 8 หรือ Windows Live Messenger ช่วงนี้ก้อมีปัญหาเหมือนกันครับ เพราะยังไม่สมบูรณ์เท่าไรครับ

               
    หรือทุกท่านมีเรื่องราวอะไรดี ก้อสามารถคอมเม้นท์ฝากไว้ได้นะครับ

                                 พืช ผัก ผลไม้



               
     ภาษาทางการ            กำเมือง  ภาษาทางการ                         กำเมือง
        มะละกอ               ม่ะก้วยเต้ศ       กล้วยน้ำว้า                      ก้วยอ่อง
         มะตูม           ม่ะปีน   ส้มเขียวหวาน                   ส้มเกลี้ยง
       แตงล้าน         ม่ะแต๋งซั้ง     น้อยหน่า                  ม่ะหน้อแหน้
         บวบงู          ม่ะนอย   มะเขือเปราะ                 ม่ะเขือผ่อย
       มะเขือยาว

          ม่ะเขือขะม้า

     ออกเสียง ม่ะเขือขะม่า

       มะระขี้นก                   ม่ะห่อย
       แตงกวา         หมะแต๋ง     กล้วย

       เชียงใหม่ เรียก ก้วยใต้

     ลำปาง เรียก ก้วยลิอ่อง หรือ ก้วย โก๊ย  

          พุทรา           หมะตัน      ละมุด                หมะมุด
        กระท้อน    หมะตื๋น,หมะต้อง     มะปราง              หมะผาง
          ฝรั่ง  บ่ะก้วย ,ก้วยก๋า ,ก้วยเปา        ขนุน          หมะหนุน,บ่ะหนุน
        มะพร้าว             หมะป๊าว     ส้มโอ               หมะโอ
        ฟักทอง          หมะฟักแก้ว     ฟักเขียว           หมะฟักหม่น
         มะแว้ง         หมะแขว้งขม   มะเขือพวง            หมะแขว้ง
         ลูกยอ          หมะต๋าเสือ   มะเขือเทศ            บ่ะเขือส้ม
        ตะไคร้            ชักไคร     คึ่นช่าย         ผักกะพึน,กำพึน (กะปึน)
        ผักตำลึง           ผักแคบ    ชะพลู         ผักแค ใบปูนา ปูลิง



               

                                                 สัตว์



               
      ภาษาทางการ       กำเมือง          ภาษาทางการ              กำเมือง
      จิ้งหรีด   จิ้กุ่ง,จิ้หีด   ค้างคก   ค้างคา
      ลูกอ๊อด   อีฮวก   ปลาไหล
      ปลาเอี่ยน ปลาเหยี่ยน      จิ้งเหลน   จั๊ก-กะ-เหล้อ   กิ้งก่า   จั๊ก-ก่า


               

                                                เครื่องใช้



               
          ภาษาทางการ              กำเมือง             ภาษาทางการ        กำเมือง    
      กรรไกร   มีดยับ   กระดุม   บะต่อม
      เข็มขัด   สายแอว   ช้อน
      จ๊อน   ตะหลิว   ป้าก   ถุงเท้า   ถุงตีน   ผ้าเช็ดตัว   ผ้าตุ้ม   ผ้าห่ม   ผ้าต๊วบ   ยาสูบ   ซีโย   รองเท้า   เกือก ,เกิบ


                หมายเหตุ : ศัพท์ที่ได้นำมาเผยแพร่นี้ บ้างศัพท์ก็อาจจะนำไปใช้ในบ้างท้องถิ่นไม่ได้นะครับ เพราะมีการใช้ศัพท์แตกต่างออกไปนิดหน่อย แต่คำศัพท์ที่นำมากเผยแพร่นี้จะสากลหน่อยนะครับ เพราะเป็นศัพท์ที่ส่วนมากคนเหนือใช้กันครับ

               
    สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมาก ๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข

                ข้อมูลจาก www.peeso.itgo.com, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    กำเมือง



                สวัสดีครับ วันนี้ขออัพสเปซ 2 เรื่องติดต่อกันเลยนะครับ เพราะเรื่องที่ 2 นั้นมีคนขอมาอยากให้ทำ ความจริงก็ไม่อยากทำเท่าไรครับ เพราะเรื่องที่ 2 มีชาวสเปซทำมาแล้ว และอีกอย่างหนึ่งคือ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าเจ้าของต้นเรื่อง แต่ขอมาแล้วก็ต้องจัดให้ครับ และขอขอบคุณเจ้าของเรื่องด้วยครับ

               
    เรื่องแรกนี้จะเกี่ยวกับประวัติความเป็นของภาษาล้านนาหรือเรียกกันว่า กำเมืองครับ ลองอ่านนะครับ และได้นำศัพท์เล็กๆ น้อยๆ มาให้อ่านกันครับ อัพสเปซคราวหน้า จะนำศัพท์ที่เหลืออยู่มาให้ชาวสเปซทุกท่านอ่านกันอีกครับ

               
    ส่วนเรื่องที่ 2 นั้นเกี่ยวกับการเอาโค๊ตลิงค์เพลงที่เว็บแกรมมี่มาลงที่สเปซครับ และในส่วนเรื่องนี้ล่ะครับ ที่สร้างความหนักใจให้ผมพอควร เพราะตั้งแต่ทำสเปซมาครับ ถืออัพสเปซคราวเป็นงานช้างสำหรับผมก็ว่าได้ เพราะต้องมาทดลองโค๊ตและแก้โค๊ตต่างๆ ครับ ต้องบอกว่าบล๊อคนี้ใช้เวลาทำอยู่ประมาณ 3 วันครับ บล๊อคที่ผ่านมา ใช้เวลาทำไม่เกิน 30 นาทีก็เสร็จแล้วครับ แต่ทำแล้วมีความสุขครับ ที่ได้ทำให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

               
    ภาษาเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวล้านนา มีทั้งภาษาพูดที่เรียกว่า กำเมือง และภาษาเขียนที่เรียกว่า ตั๋วเมือง หมายถึงตัวอักษรของล้านนานั่นเอง ตัวอักษรล้านนาเป็นอักษรเก่าแก่รุ่นเดียวกับอักษรมอญ อักษรพม่า เพราะมีลักษณะป้อมกลมแบบเดียวกัน ศาสตราจารย์มณี พยอมยงค์ กล่าวไว้ว่า ตัวอักษรล้านนาเป็นตัวอักษรที่เก่าแก่มีอายุเท่าๆ กับ อักษรไทยกลาง หรืออาจจะเก่ากว่านั้น ตัวอักษรล้านนาเป็นตัวหนังสือที่มาพร้อมกับการเผยแพร่ศาสนาและวัฒนธรรมของอินเดียที่เข้ามาทางภาคเหนือ ตามรูปตัวอักษรล้านนาแต่โบราณเป็นตัวเหลี่ยมที่ปรากฏในศิลาจารึกวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน เมื่อล้านนาตกอยู่ในอำนาจของพม่า ประมาณ 200 ปีชาวล้านนาก็ถูกบังคับให้เรียนภาษาพม่า ตัวอักษรล้านนาซึ่งได้นำมาใช้อีกในระยะหลังๆ จึงมีลักษณะเหมือนตัวหนังสือพม่า

               
    ตัวอักษรล้านนาในตอนแรกคงใช้ในการบันทึกพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา โดยจารึกลงในใบลาน ใช้เหล็กแหลมเขียนลงในใบลานให้มีรอยลึกลงไปในเนื้อของใบลาน หลังจากนั้น จึงนำเอาใบไม้ถูลงบนใบลานนั้นทำให้สีของใบไม้แทรกลงในรอยจารึก เมื่อเช็ดเอาสีของใบไม้ออกก็จะเหลือแต่สีที่ติดค้างในรอยจารึก ทำให้เห็นชัดขึ้น นอกจากมีการบันทึกคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาแล้ว ยังมีการบันทึกตำนานต่างๆ เช่น โหราศาสตร์ ตำราแพทย์ ค่าว ซอ ร่ายต่างๆ ด้วย ส่วนวัตถุที่ใช้ในการบันทึกนอกจากใบลานแล้ว ก็ยังใช้กระดาษสา ในรัชสมัยพญากือนา กษัตรอย์องค์ที่ 6 ของราชวงศ์เม็งราย พระมหาสวามี สุมนเถระ ได้นำเอาตัวหนังสือสุโขทัยเข้ามาใช้ ก็มีการใช้อักษรสุโขทัยมากขึ้น

               
    ในสมัยพระเจ้ากาวิละ ได้มีการฟื้นฟูเอาตัวอักษรล้านนามาใช้อีกครั้งหนึ่ง มีการศึกษาเล่าเรียนกันอย่างจริงจัง ครั้นสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิรูปการศึกษาทั่วประเทศ การใช้ตัวอักษรล้านนาก็ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นตัวอักษรแบบสุโขทัยเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ ของประเทศ

                                  ตัวอย่างคำศัพท์


                                     จำนวนนับ



               
     จำนวนตัวเลข          อ่านว่า  จำนวนตัวเลข          อ่านว่า          
             1

               นึ่ง           

            2            สอง
             3

              สาม

              4             สี่
             5

               ห้า

              6            ฮก
             7

              เจ๋ด

              8           แปด
             9

              เก้า

             10            ซิบ
            11

            ซิบเอ๋ด

            20            ซาว
            21

    ซาวเอ๋ด




                คราวหน้ามาต่อกันที่ศัพท์อื่นๆๆกันบ้างนะครับ หรืออยากให้อัพเรื่องอะไรก้อบอกนะครับ

               
    มีความสุขนะครับ จากใจพันธมิตรทางความสุข

               
    ข้อมูลจาก www.peeso.itgo.com, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

     


    วิธีหาโค๊ตเพลงจาก  

     

    ลิงค์เว็บ   http://www.geocities.com/yourhappinesscompanion/gmember1.html

    ประกาศตอนนี้ได้ย้ายวิธีไปอยู่เว็บใหม่แล้วตามไปอ่านได้นะครับ   

    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    อ่านเองเถอะครับ



                หวัดดีครับชาวสเปซทุกท่าน ท่านเคยเจออาการแบบนี้ไหมครับ พอเล่นคอมพิวเตอร์คู่ใจของท่านไปนานแล้วมีความรู้สึกว่า เจ้าคอมพิวเตอร์ของท่านมันดูอืดๆนะครับ วันนี้อยากให้ทุกลองเอาวิธีนี้ไปทำดูครับ

               

    การ Defrag ฮาร์ดดิสก์ เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานของระบบ สำหรับ Windows XP



               
    1. ดับเบิ้ลคลิกที่ My Computer คลิกขวาไดร์ฟที่ต้องการทำ Defragment เลือก Properties

               



               
    2. คลิกที่แท็บ Tools จากนั้นคลิกที่ Defragment Now...

               



               
    3. คลิกที่ Defragment

               



               
    4. จากนั้นให้รอ เครื่องจะทำการ Defragment ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน

               



               
    5.เมื่อเครื่อง Defragment เสร็จเครื่องจะแจ้งให้ทราบถ้าต้องการดูรายละเอียดต่าง ๆ ของการ Defragment ให้คลิกที่ View Report ถ้าไม่ต้องการก็ให้คลิกที่ Close

               



               
    หมายเหตุ• การทำ Defragment ให้ทำการ Disk Cleanup และ Scan Disk ก่อน ถ้าทำไม่ผ่านให้ทำใน Saft Mode

                          
    • ตอนที่กำลังทำการ Defragment อยู่นั้นไม่ควรเล่นโปรมแกรมอื่นนะครับ

               
    ข้อมูลจาก http://www.bcoms.net

               
    หวังว่าเป็นประโยชน์ต่อท่านไม่มากก้อน้อยนะครับ หรือสำหรับท่านใดมีวิธีง่ายกว่านี้ก้อเสนอได้นะครับ

                                                
    ข้อมูลเพิ่มเติมจาก คุณ Sattas

               
    แหม เป็น เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม แล้วก็ไม่ค่อยได้ทำ วิธีนี้จัดว่าเป็นวิธีเบื้องต้นและง่ายมากในการจัดการเอง

               
    การ Defrag นั่น เป็นการจัดเรียง file ใน Harddisk ให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น ซึ่งโดยปรกติ HardDisk ของเราจะเขียนข้อมูลลงไปในส่วนต่างๆ ของ Drive ซึ่งพอใช้ไปนาน file ต่างๆ ก็ กระจัดกระจาย เหมือนกันเราเอาของไปวางไว้ทั่วห้อง แล้วห้องก็รก เวลาจะหยิบอะไรมาใช้ทีก็ต้องไปตรงนู้น ตรงนี้ แบบว่าเสื้ออยู่ตรงนู้น กางเกงอยู่ตรงนั้น อ้าวแล้วเข็มขัดกับรองเท้าอยู่ไหนหว่า เมื่อเราทำ Defrag แล้ว ก็เหมือนกับว่า ข้อมูลที่กระจายอยู่ เวลาจะหยิบจับอะไรมันก็เร็วขึ้น เพราะมันอยู่ใกล้กัน อะไรที่เรียกใช้บ่อยๆก็จะมาอยู่ด้วยกัน ในความหมายทางคอมพิวเตอร์ก็คือ หัวอ่านใน Harddisk เคลื่อนที่น้อยลง ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น เวลาเปิดโปรแกรมอะไรก็ จะโหลดเร็วขึ้น เพราะใช้เวลา Seek time (ค้นหา) น้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะช่วยได้ทั้งหมดน่ะครับ การ Defrag จะมีผลมากเมื่อใช้งานกับ File ที่มีขนาดใหญ่ ถ้าเป็น File ขนาดเล็กๆ หลายๆ file ก็จะไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ แต่ทำไว้ก็ไม่เสียหายครับ และ สิ่งที่ไม่ควรลืม เวลาทำ Defrag คือ

                          
    1. ปิดโปรแกรมที่ใช้งานทั้งหมด (ทุกโปรแกรมที่มีผลทำให้ ไฟ HardDisk ทำงาน)

                          
    2. screen saver ปิดมันซ่ะ เพราะ ถ้า screen sever ทำงาน จะทำให้ระบบ Defrag ย้อนการทำงานกลับมาที่ 0% ใหม่

                          
    3. ปิดระบบ Save Power (Display -> Screen saver -> Power) ปิด 2 ส่วนคือ Stand-by และ Harddisk turn off เหตุผลเหมือนข้อ 2

                          
    4. Clean up disk ลบ File หรือ โปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานออกจากเครื่อง(Uninstall) and Scan disk ทุกครั้ง ก่อน Defrag Drive

                          
    5. ปิดจอ ซ่ะ เพราะมันนาน ประหยัดไฟครับ

                          
    6. ไป อาบน้ำ นอน ดูหนัง ทำอย่างอื่นไม่ต้อ'ไปเฝ้ามันครับ เพราะมันนานมาก ของผมHD 40 GB ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

                          
    7. อย่าทำวันที่ ฝนตกฟ้าร้อง หรือ สภาพกระแสไฟไม่ดี เพราะเวลาทำ Defrag Harddisk จะทำงานหนักตลอดเวลา ซึ่งอาจจะพังเอาได้ง่าย ๆ

               
    ผมก็ขอเพิ่มเติมข้อมูลเท่านี้หล่ะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่อ่านคอมเมนท์ด้วย อาจจะยาวไปหน่อย คุณพันธมิตรไม่ว่ากันเด้อ โชคดีครับ

               
    ขอบขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ

               
    มีความสุขนะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข

                     ใครที่ฟังเพลงจากเพลงเว็บ http://www.gmember.com/music/ ไม่ได้ให้เลื่อนไปอ่านข้างล่างนะครับ  เพราะมีหลายสเปซที่นำเพลงมาจากเว็บ http://www.gmember.com/music/ มาลงสเปซกันเยอะครับ  ผมได้เขียนวิธีแก้ปัญหาให้แล้วครับ

    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    พะเยารอเธอ



                สวัสดีชาวสเปซทุกท่าน หลังจากที่หายไปจากการอัพสเปซไปเกือบเดือนเต็ม วันนี้ก้อนำเพลงที่กล่าวถึงกว๊านพะเยามาฝาก 2 เพลงครับ พอดีได้แวะไปเยี่ยมเว็บประจำจังหวัดพะเยา ก้อเลยทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่า

               
    และนำมาให้ทุกท่านได้ฟังกัน ในเพลงได้กล่าวถึงกว๊านพะเยาและตำนานรักริมกว๊านพะเยา อาจจะมีบ้างท่านมีอดีตทิ้งไว้ที่ริมกว๊านพะเยาก้อเป็นได้นะ เลยอยากให้ทุกท่านได้ฟังบทเพลงกันดูว่ายังนึกถึงอดีตกันบ้างหรือป่าว

               
    อีกประการหนึ่งอารมณ์คิดถึงบ้านมันก้อก่อเกิดขึ้นมา เลยเอาสักหน่อย

               
    ได้นำประวัติเมืองพะเยา มาให้ท่านได้อ่านกันครับ และในปลายปีนี้ก้อจะมีงานยี่เป็ง ลอยโคมโหมโรงนทีไปดูรายละเอียดกันได้ครับ

               
    กว๊านพะเยา เกิดจาการยุบตัวของเปลือกโลกเมื่อประมาณ 70 ล้านปีมาแล้วเป็นแอ่งน้ำซึ่งเป็นที่รวบรวมของลำห้วยต่างๆ 18 สาย ต่อมาในปี 2478 กรมประมงได้ตั้งสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาขึ้นบริเวณต้นแม่น้ำอิงและสร้างฝายกั้นน้ำทำให้เกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ มีความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร คำว่า “บึง” ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “กว๊าน”

               
    อ่านรายละเอียดประวัติกว๊านพะเยา โดยสมบูรณ์ตามลิงค์ที่ทำให้นะครับ

                                                           
    รูปกว๊านพะเยา

               
    วิวกว๊านพะเยา วิวกว๊านพะเยา วิวกว๊านพะเยา


                                                        ข้อมูลที่มา

               
    บทเพลงได้จากCM77 วิทยุอินเตอร์เน็ตล้านนา

               
    ข้อความและบทความ ได้ทำลิงค์ที่มาให้แล้วครับ ท่านใดสนใจก้อคลิกไปอ่านได้ครับ

               
    สุดท้ายที่แห่งบทความประจำบล๊อคนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขและรักษาสุขภาพด้วย เพราะช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โชคดีครับ จาก พันธมิตรทางความสุข

                                                       
    บทเพลงพะเยารอเธอและกว๊านพะเยา

      



                      
    เพลงพะเยารอเธอ

      

      
    เฝ้าห่วงอาลัยถึงใครคนหนึ่ง

      
    เคยรักกันตราตรึง ประหนึ่งดังดวงชีวัน

      
    จากไปหายลับเจ้าไม่กลับมา

      
    กี่ปีไม่เคยเห็นหน้า ไม่กลับมาหารักดังเก่า

      
    พี่ผิดอันใดขวัญใจจึงชัง

      
    ใจหนอใจร้ายจัง เชื่อฟังคารมใครเขา

      
    พี่คอยแห้งแล้งไม่มีสร่างเซา

      
    เปรียบปานเหมือนกว๊านพะเยา

      
    รอฝนหล่นพราวทุกคืนทุกวัน

      
    (ซ้ำ) โปรดจงเห็นใจพี่เถิดคนดี

      
    ก่อนนี้สองเราเคยใฝ่เคยฝัน

      
    จะร่วมรักร่วมใจไม่จากกัน

      
    ภายใต้แสงจันทร์ ที่ริมฝั่งนั้นพี่ยังจำได้

      
    จงกลับคืนมาหารักดังเก่า

      
    ลืมเรื่องร้ายคลายเศร้า

      
    เจ้าอย่าทำเมินไฉน

      
    พะเยารอเธอ รอรักด้วยความห่วงใย

      
    จะนานแสนนานเท่าไหร่ ขอให้เธอนั้นกลับมา

      


      
    เพลงนี้ในพะเยาดังครับ และกลายเป็นประจำจังหวัดไปแล้ว ก้อว่าได้เพราะเมื่อไปงานสังสรรค์หรือเกี่ยวกับสังคมต่างๆ ถ้ามีการร้องเพลงเป็นต้องได้ยินเพลงนี้ครับ



                        เพลงกว๊านพะเยา
      

      
    โอ้ธารสวรรค์ กว๊านพะเยา ธารรักเราครวญคร่ำ

      
    ลมโชยพริ้วฉ่ำ ในวังน้ำวน พร่างพรมมนต์รักมา

      
    ดูราวสายชลธาร สวยตระการ อยู่ในนิทรา

      
    แว่วเพลงรัก ของปักษา ร้องอำลาคืนรัง

      


      
    ( ซ้ำ ) โน่นทิวทุ่งลิบ รวงทิพย์เรืองรอง ราวสีทองเปลวปลั่ง

      
    ธาราไหลหลั่ง ใสราวน้ำวัง ขังน้ำตาแห่งดาว

      
    "ห้วงน้ำลึกนัก ห้วงรักลึกกว่าหลายเท่า"

      
    แม้นรัก มิจริงกับเรา อายกว๊านพะเยา หลายเท่าเอย

      


      
    เพราะไหมครับ แต่เพลงนี้ไม่ดังเท่าเพลงพะเยารอเธอเท่าไร

           

     

    คลิกเบาๆครับเด๋วกระปอมน้อยเจ็บครับ

    Free Hit Counters ส่งเมล์ถึงพันธมิตรทางความสุข สมุดเยี่ยมพันธมิตรทางความสุข ไปหน้าแรกพันธมิตรทางความสุข

    วิธีแก้ปัญหาการฟังเพลง

                  วิธีทำนี้ได้นำไปไว้ที่เว็บอื่นครับไปติดตามอ่านนะครับ

    ลิงค์เว็บ  http://www.geocities.com/yourhappinesscompanion/gmember1.html

    ประวัติพระราชวัง 2



                วันนี้มาต่อกันด้วยพระบรมมหาราชวังอีกนะครับ เพราะมีชาวสเปซเรียกร้องมา อยากรับทราบอีก และ เนื่องวันเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของในหลวงของเรา จึงอยากให้ทุกท่านทราบประวัติพระบรมมหาราชวังของไทย และได้นำเพลงพระราชนิพนธ์มาท่านรับฟังด้วยครับ

                           หมู่พระมหามณเฑียร

                          
    Pra Maha Montien

               
    พระมหามณเฑียร หมายถึงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ที่ใช้เป็นที่บรรทมและเสด็จออกว่าราชการ พระมหามณเฑียรในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชมณเฑียรที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นใช้ในการปราบดาภิเษก และประทับอยู่ตลอด ในรัชกาลต่อ ๆ มาได้ใช้เป็นที่ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเศกของพระมหากษัตริย์องค์ต่อ ๆ มา

               
    พระมหามณเฑียรนี้สร้างเป็นพระที่นั่งหมู่ หันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างเป็นแนวตรง และแนวขวางต่อเนื่องกัน โดยมีมุขแล่นถึงกันโดยตลอด ประกอบด้วยหมู่พระวิมานที่บรรทม และท้องพระโรงสำหรับเสด็จออก มีท้องพระโรงหลัง พระปรัศว์ซ้าย พระปรัศว์ขวา หมู่พระมหามณเฑียรนี้สร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทย ประกอบด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงษ์ ตั้งอยู่ต่อเนื่องในเขตพระราชฐานชั้นในและชั้นกลาง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๒๕ เพื่อเป็นที่ประดับตลอดจนมาเสด็จสวรรคต

                          
    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

                          
    Chakraput Piman Hall

               
    ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน สร้างเป็นพระที่นั่งยกพื้นสูงเรียงกันสามหลังแฝด หันหน้าไปทางทิศเหนือ องค์กลางเป็นห้องโถง หลังคากระเบื้องเคลือบสี ประกอบด้วยช่อฟ้าใบระกา เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระมหามณเฑียร เป็นพระวิมานที่บรรทม ภายในแบ่งเป็นห้องๆ ด้วยพระฉากลายทอง มีพระแท่นบรรจถรณ์ พระแท่นลด แขวนพระมหาเศวตฉัตรกางกั้น

               
    ห้องในพระฉากด้านใต้เป็นห้องทรงเครื่อง ตั้งแท่นพระราชอาสน์ทอดเครื่องสรงพระพักตร์และเครื่องพระสำอาง ด้านหลังพระที่นั่งมีมุขกระสันลด เรียกว่า ท้องพระโรงใน มีพระปรัศว์ซ้าย ปรัศว์ขวา องค์ขวาชื่อ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส องค์ซ้ายชื่อ พระที่นั่งเทพอาสน์พิไล  เป็นที่ประกอบร่วมกับฝ่ายใน ด้านหน้าพระที่นั่งเป็นมุขกระสันชั้นลดเรียกว่า ท้องพระโรงหน้า ตรงกลางพระทวารมีชานและเกยลา หรือพระแท่นลาซึ่งเป็นพระแท่นเตี้ยๆ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ สำหรับเสด็จออกฝ่ายใน และมีบันไดสองข้างพระแท่นลาสำหรับเป็นทางเสด็จท้องพระโรงหน้า

               
    พระที่นั่งองค์นี้เมื่อแรกสร้างมุงด้วยจาก ต่อมาจึงมุงด้วยกระเบื้องดินเผา เปลี่ยนมาเป็นมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ถือกันว่า พระมหากษัตริย์ที่ยังไม่ได้บรมราชาภิเษกจะไม่เสด็จเข้าประทับ

                          
    พระที่นั่งไพศาลทักษิณ

                          
    Paisan Taksin Hall

               
    เป็นพระที่นั่งต่อเนื่องกับพระที่นั่งจักรพรรดิ์พิมาน ยกพื้นสูงยาว ๑๑ ห้อง สร้างขวางตามยาวมีพระทวารเป็นทางขึ้นตอนกลาง และมีทางขึ้นลงทางเฉลียงชั้นลดทางปีกซ้ายและปีกขวา ทางด้านหน้าติดกับพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ซึ่งเป็นท้องพระโรงหน้า พระทวารนี้ใช้ได้เฉพาะองค์พระมหากษัตริย์

               
    เท่านั้น ทางด้านที่ติดกับพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมีพระบัญชรเปิดออกสู่ท้องพระโรงได้ร่วม ๑๐ ช่อง

               
    ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ทรงใช้เป็นที่ประทับและให้พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดคุ้นเคยและไว้วางพระราชหฤทัยเฝ้า ทรงเสด็จออกให้ข้าราชการเฝ้าที่ชาลาริมพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยด้านตะวันตก พระองค์ได้ประชวรและเสด็จสวรรคตในพระที่นั่งองค์นี้

               
    พระที่นั่งองค์นี้ ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช โดยประดิษฐานอยู่ในพระวิมานตอนกลางองค์พระที่นั่ง ตรงพระทวารเทวราชมเหศวร ด้านตะวันออกเป็นที่ประดิษฐานพระที่นั่งอัฐทิศราชอาสน์ ด้านตะวันตกประดิษฐานพระที่นั่งภัทรษิฐ

                          
    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหสุรยพิมาน

                          
    The Audience Hall of Amarindra Vinitchai

               
    อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นท้องพระโรงฝ่ายหน้า ต่อเนื่องกับพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางเหนือ มีกำแพงแก้วล้อมด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก เป็นที่เสด็จออกว่าราชการ บางคราวก็ใช้เป็นที่ประกอบพระราชกุศล และเป็นที่เสด็จออกมหาสมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระชนม์พรรษา

               
    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน ติดกับอัฒจันทร์พระทวารเทวราชมเหศวร สำหรับเป็นที่เสด็จออกในงานพระราชพิธีสำคัญ สองข้างบุษบกมาลาตั้งฉัตรลายทองฉลุเจ็ดชั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้แก้พระทวารที่กำแพงแก้วด้านทิศเหนือเป็นพระทวาร ๓ ช่อง ยอดทรงมงกุฎประดับกระเบื้องเคลือบสีพระราชทานนามว่า พระทวารเทวาภิบาล ทางด้านตะวันตกสร้างเป็นพระทวารช่วงเดียว ยอดทรงมงกุฎประดับกระเบื้องเคลือบสี พระราชทานนามว่า พระทวารเทเวศรักษา

                          
    หอพระสุลาลัยพิมาน

               
    ตั้งอยู่ต่อจากพระที่นั่งไพศาลทักษิณด้านตะวันออก เป็นหอพระที่พระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงบูรณไว้ หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีซ้อนสามชั้น ลดสองชั้น มุขหน้ามุขหลังมีปีกนกคลุมจากไขรา ซุ้มเรือนแก้วพระบัญชรและซุ้มพระทวารเป็นลายปั้นปูนดอกพุดตาน ปิดทองประดับกระจก ใช้เป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุ พระพุทธปฏิมากรสำคัญ เพื่อทรงสักการะ และเป็นคตินิยมที่สร้างหอพระไว้ด้านทิศตะวันออก

                          
    หอพระธาตุมณเฑียร

               
    อยู่ต่อจากพระที่นั่งไพศาลทักษิณด้านทิศตะวันตก โดยมีชาลาต่อเนื่อง ชาลาตอนนี้ใช้เป็นสีหบัญชร เสด็จออกขุนนางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ หอนี้ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี

                          
    หอศาสตราคม

               
    ตั้งอยู่ริมกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นพระที่นั่งโถง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระที่นั่งเกล้าฯ เรียกว่า หอพระปริต ซึ่งเป็นที่เก็บเครื่องศาสตราคม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้ทรงสร้างหอศาสตราคมขึ้นและได้สถาปนาหอพระปริต คือ หอเสถียรธรรมปริตรขึ้นไว้ต่างหาก

               
    หอศาตราคมมีผนังโดยรอบเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสานปิดทองทั้งองค์ มีพระสงฆ์รามัญนิกาย จากวัดตองปรุ(วัดชนะสงคราม) สวดพระพุทธปริต ทำน้ำพุทธปริตทุกวันพระ สำหรับใช้สรงพระพักตรสรง และใช้ประพรมพระราชฐาน ซึ่งเป็นประเพณีวังจนทุกวันนี้ ประเพณีนี้ในสมัยอยุธยาเริ่มมีในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยพระเถระรามัญนิกายที่ตามเสด็จจากเมืองมอญ เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่ครั้งสงครามกู้อิสรภาพ และประกาศอิสรภาพ เมื่อปี พ.ศ.๒๑๓๕ เข้ามาพักจำพรรษา ณ วัดตองปรุนอก เกาะเมืองอยุธยาด้านคลองคูเมืองตลาดหัวรอในปัจจุบัน

                          
    พระที่นั่งดุสิตาภิรมย์

               
    อยู่บนกำแพงแก้วด้านตะวันตกของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเดิมสร้างเป็นพลับพลาโถงเสาไม้ เคยใช้รับทูตต่างประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงแก้ไขผนังเป็นแบบเฉลียงก่ออิฐ พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นพลับพลาเปลื้องเครื่องใช้ในการเสด็จขบวน และเป็นสถานที่เจริญพระพุทธมนต์ เสกน้ำสรงมุรธาภิเศกในงานเฉลิมพระชนมพรรษา ทางด้านทิศเหนือมีเกยสำหรับประทับพระราชยาน ด้านทิศตะวันตกมีเกยสำหรับเทียบช้างต้น

                          
    พระที่นั่งราชฤดี

               
    องค์เดิมปนจีนในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ และได้รื้อออกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระที่นั่งโถงตรีมุข อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของ พระที่นั่งอมรินทร์หอสี่ มีบรรไดขึ้นสีด้าน ทางด้านทิศตะวันออกมีชานยืนออกมาใช้ตั้งแท่น สำหรับสรงน้ำมูรธาภิเษกทางด้านเหนือมีชานยื่นออกมาเช่นกันใช้เป็นที่ตั้งโต๊ะสังเวยเทวดา พระที่นั่งองค์นี้ทาสีขาวตลอด ปิดทองประดับกระจกพื้นขาว

                          
    พระที่นั่งสนามจันทร์

               
    สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ เป็นพระที่นั่งโถงหลังคามีปีกนกเป็นพาไล โดยรอบแบบศาลาโถง กระเบื้องเคลือบสีมีช่อฟ้า ใบระกาหางหงส์ กระดานที่ใช้บนฐานบัวร่วมเป็นกระดานแผ่นเดียวโดยตลอด ตามด้านยาวของพระที่นั่งที่ถือว่าเป็นด้านหลัง สร้างเป็นพนักอินทรธนู เพื่อประทับพิงพระเขนยได้

               
    ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ บางโอกาสใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนางเบิกขุนนางทั่งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนเข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบทูลใบบอกหัวเมือง

                          
    พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท

               
    เป็นปราสาทไม้ทั้งหลัง สร้างอยู่บนแนวกำแพงแก้ว ด้านตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพลับพลา สำหรับประทับพระราชยานรับส่งเสด็จในขบวนราบหรือพระราชพิธีโสกันต

               
    พระที่นั่งองค์นี้สร้างเป็นปราสาทโถง มุขหน้าและมุขหลังสั้นมุขด้านข้างยาวยอดเป็นทรงมณฑป หลังคาดาดด้วยดีบุกทำเป็นแผ่น ทวยที่รับยอดปราสาทที่รับขั้นไขราทำเป็นรูปหงส์ แทนที่จะเป็นทวยหัวนาคธรรมดา เครื่องยอดปราสาท ตลอดจนช่อฟ้าใบระกา นาคเบือนปลายตัวลำยอง ที่แทนที่หางหงส์ปิดทองโดยตลอด ไม่ติดกระจก ระหว่างบัวเชิงฐานของพระที่นั่งมีพนักอินทรธนูแทนลูกกรงโดยตลอด

               
    ทางรัฐบาลได้ให้กรมศิลปากร จำลองแบบพระที่นั่งองค์นี้ไปสร้างในคราวแสดงงานมหกรรมนานาชาติณ กรุงบรัส เซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑

               
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นจากพระที่นั่งราเชนทรยานที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกขปราสาท หลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพณ เมรุมาศท้องสนามหลวงแล้ว ก่อนอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

                          
    หมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

                          
    Chakri Maha Prasat

               
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างหมู่พระที่นั่งขึ้นใหม่ ในสถานที่ซึ่งพระองค์ประสูติ ณ หมู่พระตำหนักที่กรมสมเด็จพระศรีสุลาลัยประทับ โดยทรงพระราชดำริว่า หมู่พระตำหนักเดิมนี้ เป็นสถานที่อันเป็นมงคล เป็นที่ซึ่งพระองค์ทรงประทับมาตั้งแต่ประสูติ จนถึงเสด็จเสวยราชสมบัติ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ ใช้เป็นพระราชมณเฑียร และพระวิมานที่บรรทม ได้แก่ พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งเทวราชอุปบัติ พระที่นั่งดำรงสวัสิดิ์อนัญวงศ์  และ พระที่นั่งนิพัทธพงศ์ถาวรวิจิตร

               
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๙ หลังจากเสด็จกลับจากประพาสสิงคโปร์ และชวา เดิมจะสร้างให้เป็นยอดโดม ใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนาง สร้างให้ต่อเนื่องกับหมู่พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ และพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ โดยมีท้องพระโรงกลางเป็นทางต่อเชื่อม

               
    พระที่นั่งจักรี ฯ สร้างเป็นตึกสามชั้น เจ้าพระยาภานุวงษ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) เป็นแม่กอง นายจอห์น คลูนิส   (John Clunis) ชาวอังกฤษเป็นผู้ออกแบบ ก่อนการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ สมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้กราบบังคมทูล ขอให้ทำเป็นยอดปราสาทด้วยเหตุผลสองประการคือ

               
    ประการแรก กรุงศรีอยุธยา มีพระมหาปราสาทเรียงกันอยู่สามองค์ คือ พระวิหารสมเด็จ สรรเพชรปราสาท และสุริยาสน์อมรินทร์ กรุงเทพฯ มีหมู่พระมหามณเฑียรและพระที่นั่งดุสิต ฯ อยู่แล้ว พระที่นั่งจักรีที่ที่จะสร้างใหม่ จะอยู่ตรงกลางตรงกับพระที่นั่งสรรเพชร จึงควรสร้างพระที่นั่งจักรี ฯ เป็นมหาปราสาทยอดอย่างไทย พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้า ฯ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนจากยอดโดม เป็นยอดปราสาท ดังปรากฏอยู่ปัจจุบัน

               
    ประการที่สอง พระที่นั่งจักรี ฯ เป็นปราสาทเรียงกัน สามชั้น สามองค์ มีมุขกระสันต่อเนื่องกันโดยตลอดระหว่างองค์ตะวันออก องค์กลางและองค์ตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี มียอดปราสาทสามยอดประกอบด้วย ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และบราลี ชั้นไขรายอดปราสาทเป็นรูปครุฑรับไขราแทนคันทวย พระที่นั่งองค์นี้เป็นศิลปผสมระหว่างศิลปไทยและยุโรป ที่มีการผสมผสานได้พอเหมาะพอดี มีความสวยและสง่างามไม่แพ้แห่งอื่น

                          
    พระที่นั่งบริเวณสวนศิวาลัย

                          
    Edifices in Sivalai Gardens

               
    บริเวณด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกของหมู่พระมหามณเฑียร และทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อแรกสร้างพระบรมมหาราชวัง เป็นสวนสำหรับสำราญพระราชอิริยาบท ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ฯ พระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างสวนขวาอันเป็นที่เลื่องลือไปไกลยังนานาประเทศว่างดงามยิ่งนัก มีการขุดสระน้ำ และสร้างเขาจำลอง สร้างเก๋งและตำหนักแพ ปลูกแบบจีนและฝรั่ง เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รื้อสวนขวาและบรรดาสิ่งก่อสร้าง ถวายไปตามพระอารามต่าง ๆ

                
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาบริเวณนี้เป็นพระพุทธมหามณเฑียร และสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่พระราชทานนามว่าพระอภิเนาวนิเศน์  พระองค์ทรงประทับอยู่จนเสด็จสวรรคต ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ พระองค์ได้ทรงสร้างพระที่นั่งทรงผนวช เป็นอาคารแบบไทย เมื่อปี พ.ศ.2415 เมื่อคราวเสด็จออกทรงผนวช ปัจจุบันได้รื้อไปปลูกไว้ที่วัดเบญจมบพิตร ฯ

                          
    พระที่นั่งมหิศรปราสาท

                          
    Mahitsara Prasat

               
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อเป็น การเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ สร้างอยู่บนกำแพงสวนศิวาลัยด้านทิศตะวันตก ตรงกับพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นพระที่นั่งขนาดเล็ก มียอดเป็นยอดปราสาททรงมณฑปจอมแห มีครุฑรับชั้นไขรายอดปราสาททั้งสี่มุม ซุ้มพระทวารและซุ้มพระบัญชรเป็นแบบทรงมณฑป ปิดทอง ประดับกระจก โปรดเกล้า ฯ ให้อัญเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ฯ ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งองค์นี้ ทำนองเดียวกับหอพระธาตุมณเฑียร ปัจจุบันพระบรมอัฐิได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ หอพระธาตุมณเฑียรดังเดิม และพระที่นั่งองค์นี้ก็ได้ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

                          
    พระที่นั่งศิวาลัยมหาประสาท

                          
    Sivalai Maha Prasat

               
    ตั้งอยู่ในบริเวณสวนศิวาลัยทางด้านทิศใต้ ถัดจากพระที่นั่ง สุทไธสวรรค์ปราสาท อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน สร้างเป็น ปราสาทห้ายอด ยอดกลางใหญ่ ยอดเล็กสี่ยอด ตั้งอยู่บนสันหลังคา เป็นปราสาทสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโถงใหญ่ มีบันไดขึ้น ทางทิศตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี หน้าบันจำหลักลาย ปิดทองประดับกระจก ซุ้มพระทวารและซุ้มพระบัญชร เป็นแบบบัณแถลง พระที่นั่งองค์นี้สร้างเมื่อปี พ.ศ.2421 ตรงบริเวณพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ ที่สร้างสมัย พระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้า ฯ โดยให้รื้อพระที่นั่งนี้ลง และขนย้ายสิ่งของในพระที่นั่งดังกล่าว มาไว้ที่ศาลาสหทัยสมาคม

               
    พระที่นั่งองค์นี้ ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ทั้งสี่รัชกาล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อ ปี พ.ศ.2414 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ไปประดิษฐาน ณ ประสาทพระเทพบิดร เมื่อ ปี พ.ศ.2461 และตั้งเป็นพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูปในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.2416 เป็นต้นมา

                          
    พุทธรัตนสถาน

                          
    Pha Buddha Ratanasathan

               
    สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ พระองค์ได้คำนึงถึงหมู่พระมหามณเฑียรครั้ง พระบาทพระพุทธเลิศหล้า ฯ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรงรื้อถวายวัดเป็นพุทธบูชาว่า ถ้าจะสร้างเป็นพระมหามณเฑียรก็จะเป็นการไม่เหมาะสม จึงโปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะใหม่สถาปนาขึ้นเป็นพุทธรัตนสถาน ยกเป็นพุทธเจดีย์สถาน สำหรับพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งยกหมู่พระที่นั่งเก๋งทางด้านใต้ เป็นพระที่นั่งทรงธรรมในวัง พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับทรงธรรม ปัจจุบันบริเวณพุทธมณเฑียร เหลือแต่ พุทธรัตนสถานเท่านั้น และได้ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธบุษยรัตน์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ อัญเชิญมาจากนครจัมปาศักดิ์ แต่ปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

                          
    พระที่นั่งบรมพิมาน

                          
    Boromapiman

               
    เดิมเรียกชื่อว่าพระที่นั่งภานุมาศจำรูญ  สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป หลังคาโค้ง มุงด้วยหินชนวน ในชั้นเดิมสร้างพระราชทานเจ้าฟ้ามหาวชิรุฬหิศ สยามมงกุฎราชกุมาร ให้เป็นที่ประทับ แต่เจ้าฟ้ามหาวชิรุฬหิศ ฯ สวรรคตเสียก่อน จึงพระราชทานให้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ แต่ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ทรงประทับเป็นครั้งคราว และได้เปลี่ยนพระนามใหม่ว่า พระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อปี พ.ศ. 2467 พระที่นั่งองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ ได้เสด็จประทับก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเศก และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร เมื่อปี พ.ศ.2489 ได้เสด็จประทับและได้เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งองค์นี้

               
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ซ่อมและต่อมุขด้านทิศใต้ ใช้เป็นที่ประทับ และพักรับรองพระราชอาคันตุกะ ทางด้านหลังพระที่นั่งองค์นี้ ได้สร้างเรือนรับรองเป็นเรือนทรงไทย สำหรับผู้ติดตาม

                          
    พระที่นั่งสีตลาภิรมย์

                          
    Sitalapirom

               
    เป็นพระที่นั่งโถงหลังเล็ก ทำนองศาลาโถง พื้นเตี้ย ตั้งอยู่ในสวนศิวาลัยด้านหลัง พระที่นั่งบรมพิมานใช้เป็นที่ประทับ ในเวลางานมหาสมาคม เลี้ยงทูตานุทูตและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสวนศิวาลัย พระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้า ฯ ทรงสร้างในเขตที่เป็นบริเวณสวนขวาเดิม

                          
    ประตูรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง

                          
    Entrances to The Grand Palace Compond

               
    ประตูที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ เป็นประตูเครื่องยอดไม้ทรงมณฑปซ้อนสามชั้น ทาดินแดง เช่นเดียวกับประตูพระราชวังที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ฯ ประตูและป้อมจึงสร้างแบบหอรบ มีคฤห์อยู่ส่วนบน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ได้เปลี่ยนแปลงยอดเครื่องไม้เป็นก่ออิฐ ถือปูน เป็นแบบซุ้มทรงฝรั่ง ปัจจุบันประตูดังกล่าวเหลืออยู่เพียงบางแห่ง เช่นที่ประตูรัตนพิศาล

               
    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้เปลี่ยนประตูจากทรงฝรั่งเป็นทรงปรางค์ เช่น ประตูวิมานเทเวศน์ ประตูวิเศษไชยศรี ประตูมณีนพรัตน์ ประตูสวัสดิโสภา ประตูเทวาพิทักษ์ ประตูศักดิ์ชัยสิทธิ ประตูดังกล่าวแม้จะเป็นทรงปรางค์แบบไทย แต่ก็ประกอบด้วยซุ้มบัณแถลง โดยเลียนเครื่องยอดทรงมณฑป ลดชั้นองค์ระฆังยอดใส่ปรางค์ แทนที่จะใส่เหมและบัวกลุ่ม นับว่าเป็นทรงปรางค์อีกแบบหนึ่งที่แปลกออกไป ส่วนประตูศรีสุนทร ทำเป็นทรงปรางค์ มีบัณแถลงใหญ่ ที่สันบัณแถลงใส่บราลีแบบบราลี ปักยอดปราสาท เป็นบราลีแบบปรางค์ จึงนับว่าเป็นประตูที่แปลกอีกประตูหนึ่ง

               
    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ประตูวังได้เปลี่ยนเป็นประตูยอดแบบใหม่เพียงประตูเดียว คือ ประตู เทวาภิรมย์ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ยอดประตูแห่งนี้ได้เปลี่ยนจากประตูหอรบเป็นประตูยอด ในคราวเดียวกันกับประตูประตูสามยอด

                ประตูชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง มีทั้งหมด ๑๓ ประตู เรียงลำดับจากด้านตะวันตกของ กำแพงพระบรมมหาราชวัง เวียนขวา(ทักษิณาวัตร) ได้ดังนี้


                ประตูรัตนพิศาล อยู่ทางด้านตะวันตก (เรียกชื่อ สามัญว่า ประตูยี่สาน)


                ประตูพิมานเทเวศน์ อยู่ทางด้านทิศเหนือ


                ประตูวิเศษไชยศรี อยู่ทางด้านทิศเหนือ


                ประตูมณีนพรัตน์ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ตรงกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้านเหนือ (เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ประตูฉนวนวัดพระแก้วมรกต เพื่อออกไปทุ่งพระเมรุ)


                ประตูสวัสดิโสภา อยู่ด้านทิศตะวันออก ตรงกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้านตะวันออกตรงกับศาลาว่าการกลาโหม (มีชื่อเรียกเป็นสามัญว่าประตูทอง เพราะมีผู้เอาแผ่นทองคำเปลวไปปิดบูชาพระแก้วมรกตอยู่เสมอ)


                ประตูเทวาพิทักษ์  อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ทางเหนือพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ใต้ป้อมสิงขรขันธ์


                ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ทางใต้พระที่นั่งพุทไธสวรรย์


                ประตูวิจิตรบรรจง อยู่ทางด้านทิศใต้ ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนทางด้านเหนือ และข้างในตรงกับพระตำหนักเดิมสวนกุหลาบ (ประตูฉนวนชั้นนอกออกไปวัดโพธิ์)


                ประตูอนงคารักษ์ อยู่ทางด้านทิศใต้ ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพน ทางด้านเหนือ (มีชื่อเป็นสามัญว่าประตูผีชั้นนอก)


                ประตูพิทักษ์บวร อยู่ทางด้านทิศใต้ เป็นประตูด้านสกัดทางใต้ ตรงกับถนนมหาราช ข้างในตรงกับถนนสกัดกำแพง พระบรมมหาราชวัง (มีชื่ออย่างหนึ่งว่า ประตูแดงท้ายสนม เพราะทาสีแดง ตั้งอยู่ริมตลาดชื่อท้ายสนม)


                ประตูสุนทรทิศา อยู่ทางด้านทิศตะวันตก เป็นประตูด้านสกัดทางเหนือตรงกับถนนแปดตำรวจเดิม


                ประตูเทวาภิรมย์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์ (เรียกชื่อเป็นสามัญว่า ประตูท่าขุนนางหน้าโรงทาน)


                ประตูอุดมสุดารักษ์  อยู่ทางด้านทิศใต้ เป็นประตูฉนวนออกทางตรงพระที่นั่งที่ท่าราชวรดิษฐ์

                          
    ประตูรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง

                          
    Entrances to The Grand Palace Compond nbsp;             ประตูชั้นกลางและชั้นในของพระบาทบรมมหาราชวัง ๒๕ ประตู ดังนี้


                ประตูสุวรรณภิบาล เป็นประตูสองชั้น อยู่ทางด้านเหนือ ตรงกับประตูพิมานเทเวศน์ เข้ามาข้างในตรงพระที่นั่ง ดุสิดมหาปราสาท


                ประตูพิมานไชยศรี  เป็นประตูสองชั้น อยู่ตรงประตูวิเศษไชยศรีเข้ามาข้างใน ตรงพระที่นั่งจักรีปราสาท


                ประตูเทวราชดำรงศร อยู่ตรงพระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิม ระหว่างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ได้รื้อออกแล้ว เมื่อตอนต่อมุขพระที่นั่งอนันตสมาคมออกมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


                ประตูทักษิณสิงหาร เป็นประตูซุ้ม ๒ ชั้น อยู่ด้านหน้าพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เป็นทางออกไปพระตำหนักเดิมสวนกุหลาบ


                 ประตูอุดรสิงหรักษ์ เป็นประตูซุ้มชั้น ๒ ชั้น อยู่ทางด้านทิศเหนือ ทางที่จะเข้าไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิม


                ประตูพิศาลทักษิณ  อยู่ด้านใต้ ไปออกประตูวิจิตรบรรจง แล้วออกวัดพระเชตุพน (เรียกกันเป็นสามัญว่า ประตูฉนวนวัดโพธิ์ สำหรับฝ่ายในออกไปวัดโพธิ์)


                ประตูกัลยาวดี  อยู่ด้านใต้ เพื่อไปออกประตูอนงคารักษ์ (เรียกกันเป็นสามัญว่า ประตูผีสำหรับนำศพออกไป)


                ประตูศรีสุดาวงษ์ คือ ประตูดินใหม่ อยู่ด้านตะวันตกอยู่ริมอุโมงค์ (เรียกเป็นสามัญว่า ประตูศรีสำราญ)


                ประตูอนงค์ลีลา  อยู่ด้านตะวันตก คือประตูดินเก่า ใต้ประตูยาตราสตรี


                ประตูศรีสุนทร  อยู่ทางด้านตะวันตก ริมหอนิเพธพิทยา ตรงกันประตูเทวาภิรมย์ ทางออกไปท่าราชวรดิษฐ


                ประตูพรหมศรีสวัสดิ์ อยู่ทางด้านเหนือ ข้างซ้ายพระที่นั่งดุสิตฯ


                ประตูพรหมโสภา  อยู่ด้านเหนือ ข้างขวาพระที่นั่งดุสิตฯ


                ประตูสนามราชกิจ อยู่ด้านตะวันออก ข้างขวาพระที่นั่งจักรีฯ


                ประตูดุสิตศาสดา อยู่ด้านตะวันออก เป็นประตูฉนวนชันใน เพื่อออกไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(เรียกกันว่า ประตูฉนวนวัดพระแก้ว)


                ประตูสีกรลีลาศ  อยู่หน้าพระที่นั่งทรงผนวช ซึ่งปัจจุบันได้รื้อออกไปแล้ว


                 ประตูแถลงราชกิจ อยู่ริมพระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิมทางด้านเหนือ


                ประตูปริตประเวศ เป็นประตูช่องเล็กอยู่ริม พระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิม ทางด้านขวา


                ประตูราชสำราญ อยู่ตรงกับประตูศักดิ์ไชยสิทธิ ทางด้านใต้พระที่นั่งศิวาลัยฯ


                ประตูกมลาสประเวศ  เป็นทางออกสู่พุทธรัตนสถาน ปัจจุบันรื้ออกแล้ว


                ประตูอมเรศสัญจร เป็นทางออกสู่อ่างแก้ว ปัจจุบันรื้อออกแล้ว


                พระทวารจักรพรรดิภิรมย์  อยู่มุขกระสันตรงพระบุษบกหลังพระที่นั่งจักรีฯ


                พระทวารเทวราชมเหศวร อยู่หลังพระที่นั่งบุษบกหลังพระที่นั่งอมรินทร์ฯ


                พระทวารเทเวศรักษา เป็นซุ้มอยู่ที่กำแพง ข้างพระที่นั่งอมรินทร์


                พระทวารเทวาภิบาล เป็นซุ้ม ๓ พระทวาร ข้างพระที่นั่งอมรินทร์ฯ

                          
    ป้อมรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง

                          
    Towers to The Grand Palace Compound

               
    ป้อมรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง มี ๑๗ ป้อม ดังนี้

               
    ป้อมรอบพระบรมมหาราชวังแต่เดิมเป็นป้อมมีหอรบ มีหลังคามุงกระเบื้องโบกปูนทับ เช่น ปัอมสัตบรรพต ป้อมอินทรังสรรค์ ป้อมขันธ์เขื่อนเพชร ป้อมเผด็จดัสกร ป้อมสัญจรใจวิง ป้อมสิงขรขันธ์ และป้อมอนันตคีรี


                ป้อมอินทรรังสรรค์ อยู่มุมกำแพง พระบรมมหาราชวัง ด้านทิศตะวันตกตรงท่าพระจันทร์


                 ป้อมขันธ์เขื่อนเพชร อยู่ทางด้านทิศเหนือต่อจากประตูวิเศษไชยศรี ไปทางทิศตะวันออก


                ป้อมเผด็จดัสกร อยู่มุมกำแพงด้านตะวันออกต่อด้านเหนือ ตรงข้ามกับศาลหลักเมือง ป้อมนี้เมื่อก่อนเป็นที่ปักเสาธงใหญ่


                ป้อมสัญจรใจวิง อยู่ทางด้านทิศตะวันออก สร้างแทรกขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ตรงกับถนนบำรุงเมือง ด้านใต้พระที่นั่งไชยชุมพล


                ป้อมสิงขรขันธ์ อยู่ด้านทิศตะวันออก ทางด้านใต้ของประตูสวัสดิ์โสภา ตรงกับวังสราญรมย์


                 ป้อมขยันยิงยุทธ อยู่ทางด้านทิศตะวันออก สร้างแทรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ


                 ป้อมฤทธิรุดโรมรัม อยู่ทางด้านทิศตะวันออก สร้างแทรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ


                ป้อมอนันตคีรี  อยู่ทางด้านตะวันออก ทางใต้ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ เหนือมุมกำแพง ฯ ด้านตะวันออกต่อด้านใต้


                ป้อมมณีปราการ อยู่มุมกำแพง ฯ ด้านพระตะวันออกข้างใต้


                ป้อมพิศาลสีมา อยู่บนกำแพง ฯ ด้านทิศใต้ตรงกับวัดพระเชตุพน อยู่ระหว่างประตูวิจิตรบรรจงกับประตูอนงคารักษ์


                ป้อมภูผาสุทัศน์  อยู่บนกำแพง ฯ ด้านทิศตะวันตก


                ป้อมสัตตบรรพต อยู่มุมกำแพง ฯ ด้านตะวันตกข้างใต้ ริมประตูพิทักษ์บวร


                ป้อมโสฬสศิลา อยู่บนกำแพง ฯ ด้านตะวันตก ใต้ประตูอุดมสุดารักษ์


                ป้อมมหาโลหะ  อยู่บนกำแพง ฯ ด้านตะวันตก เหนือประตูอุดมสุดารักษ์


                ป้อมทัศนานิกร อยู่บนกำแพง ฯ ด้านตะวันตก สร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ


                ป้อมพรหมอำนวยศิลป์ อยู่ริมน้ำเหนือท่าราชวรดิษฐ์ ปัจจุบันรื้อออกไปแล้ว


                ป้อมอินทรอำนวยศร อยู่ริมน้ำใต้ท่าราชวรดิษฐ์ ปัจจุบันได้รื้อออกไปแล้ว

                          
    อธิบายคำศัพท์


                ไขรา  คือส่วนหลังคาที่ยื่นพ้นออกมาจากอาคารตอนหน้า ถ้าอยู่ที่จั่ว เรียกว่า ไขราหน้าจั่ว ถ้าอยู่ที่ปีกของอาคาร เรียกว่า ไขราปีกนก ถ้าอยู่ตรงส่วนที่ยื่นของชั้นล่างสุดของยอดปราสาท มีเสาและทวยรองรับ เรียกว่า ไขรายอดปราสาท


                คูหาหน้านาง  เป็นซุ้มโค้ง ประกอบด้วยลายแข้งสิงห์ ส่วนใหญ่อยู่ทางด้านหน้าของอาคาร ใต้หน้าบัน


                ช่อฟ้า  คือส่วนของศูนย์หน้าบันตอนยอด ที่ทำเป็นรูปโค้ง


                ซุ้มจระนำ  คือซุ้มที่สร้างอยู่ท้ายอาคาร ประเภทโบสถ์ หรือวิหาร หรือสร้างอยู่ที่พระเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป


                ซุ้มทรงมณฑป  หมายถึง ซุ้มประตู หรือซุ้มหน้าต่างที่มียอดแหลม ซ้อนกันเป็นชั้นๆ มีย่อมุมที่เสาและที่ฐาน ที่ยอดแต่ละชั้นมีซุ้มบันแถลงเล็กๆ ประดับ


                ซุ้มบันแถลง  คือซุ้มประตูหรือซุ้มหน้าต่าง ที่มีลักษณะเหมือนหน้าบัน ประกอบด้วยช่อฟ้า ใบระเล็กๆ หน้าบันนี้ซ้อนกัน ๒ ชั้น ซุ้มดังกล่าวจะตั้งอยู่บนเสา และฐานที่เป็นกรอบหน้าต่าง


                ซุ้มเรือนแก้ว  คือซุ้มที่มีกรอบเป็นลวดลาย จะเป็นลายกระจัง หรือลายดอกไม้ก็ได้ ตัวอย่าง ได้แก่ ซุ้มเรือนแก้วพระพุทธชินราช


                ฐานชุกชี แต่เดิมหมายถึงวัชรอาสน์ คำว่าชุกชี เป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า ที่นั่ง ดังนั้นเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูป จึงตั้งอยู่บนฐานชุกชี


                ฐานไพที   คือ ฐานบัวคว่ำบัวหงาย ที่ทำเป็นฐานรับเจดีย์หรือมณฑป


                ฐานสิงห์ ของเดิมจากอินเดียทำเป็นรูปสิงห์รับที่นั่งจริงๆ ต่อมาดินแดนในสุวรรณภูมิได้ ดัดแปลงรูปสิงห์ เป็นลายโค้ง คล้ายเท้าสิงห์ ต่อจากเท้าสิงห์เป็นบัวและลูกแก้ว และบัวหงายมีหน้าราบเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมใหญ่


                ตัวลำยอง คือไม้ที่วางพาดทับแม่ เป็นส่วนของไม้ที่ใช้รับใบระกา


                ทวย  คือ ไม้ค้ำรอบรับปีกนกของหลังคา มีทั้งชนิดโค้งเป็นหัวพญานาค ปลายเป็นกนกม้วนและชนิดตรงประดับลาย


                บราลี คือวัตถุที่ทำเป็นรูปหัวเม็ด กลึงเป็นลูกแก้ว ซ้อนเป็นชั้น ๆ มีด้ามปีกเป็นระยะ ที่สันหลังคา


                ใบระกา  คือส่วนของกนกที่ตั้งอยู่บนตัวลำยอง เป็นกรอบของหน้าบัน


                ปราสาททอง  คือปราสาทที่ปิดทองตลาด ตั้งแต่ยอดซุ้มพระทวาร และซุ้มพระบัญชร ถ้าปิดทองและประดับกระจก โดยตลอดเรียกว่า ปราสาทศรี


                พระปรัศว์  คือเรือน หรือตัวตำหนักที่สร้างขนานกับตัวเรือนที่อยู่ ถ้าอยู่ทางซ้ายเรียกพระปรัศว์ซ้าย ถ้าอยู่ทางขวาเรียก พระปรัศว์ขวา


                พระแท่นราชบัลลังก์   คือพระแท่นประทับที่เสด็จออกขุนนางในห้องพระโรง พระแท่นนี้จะปักพระมหาเศวตฉัตรไว้


                พระแท่นลา  คือพระแท่นที่ประทับ เป็นแท่นวางบนพื้น


                มุขกระสัน   คือมุขที่ต่อตัวอาคารกับอาคารให้เดินถึงกันได้


                 มุขเด็จ   คือมุขที่สร้างอยู่ด้านหน้าของอาคาร ส่วนใหญ่สร้างเป็นมุขโถง แต่เป็นมุขลดที่เสด็จออก


                ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง  หมายถึงการมีมุมด้านละสามมุม ดังนั้นถ้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมก็จะมีสิบสองมุม


                 เรือนจันทร์  ใช้เรียกอาคารที่สร้างแยกต่างหากจากเรือนที่อยู่ สร้างเป็นอาคารเล็ก ๆ ขวางกันเรือนที่อยู่


                ลายดอกพุดตาน  เป็นลายขบวนจีน คือ ลายดอกโบตั๋นของจีน แต่ไทยแปลงเป็นดอกกลมให้ใกล้เคียงกับดอกพุดตานของไทย


                สิงหบัญชร   คือหน้าต่างที่เป็นซุ้มแบบซุ้มแหลมทรงมณฑป หรือลายดอกไม้ ฐานที่รับซุ้มเป็นฐานสิงห์ จะอยู่ตอนหน้าของอาคารเป็นที่เสด็จออกให้ขุนนางเฝ้า โดยให้เห็นพระองค์


                 หางหงส์   คือกนกที่อยู่ส่วนปลายของหน้าบัน บางแห่งก็ทำเป็นรูปหัวพญานาค


                ที่มาข้อมูลของพระบรมมหาราชวัง:   ไปดูรูปภาพและข้อมูลเพิ่มเติ่มได้นะครับ   ประวัติพระบรมมหาราชวัง


                ที่มาข้อมูลของเพลงพระราชนิพนธ์:   เป็นเว็บไชต์ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับในหลวงและโครงการของพระองค์ท่านครับ   เครือข่ายกาญจนาภิเษก

               
    ช่วงสิ้นเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย ) ต้องเดินทางไปทำธุระยังต่างจังหวัด จึงเลื่อนอัพสเปซออกไปเป็นวันที่ 7 มิ.ย. คอยติดตามนะครับว่าบล็อคต่อไปจะนำอาไรมาฝากทุกท่าน ฝากไว้ด้วยนะครับเพราะว่าบล็อคนี้เนื้อหาเยอะมาก ต้องอ่านกันเยอะ และอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นโดยความไม่ตั้งใจและมีคำราชาศัพท์ผิดพลาด พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย ) ก้อขอน้อมรับความผิดพลาดนั้น และไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความแตกแยก แต่ต้องการให้ทุกท่านได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ ครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนครับ

               
    มีความสุขมาก ๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )

     

    ประกาศ

    อัพบล๊อคครั้งต่อไปวันที่  7  มิ.ย.  เวลา 23.00  นะ  เวลาเมืองไทยนะครับ

    ตอนนี้ได้เปลี่ยนเว็บฝากรูปภาพใหม่แล้ว อยากให้ช่วยเม้นท์ว่าสเปซโหลดช้าอยู่ป่าวครับ

    บล๊อคที่เคยอัพไปแล้วถ้าท่านใดต้องการอ่านสามารถคลิกอ่านได้ที่  Archives สามารถอ่านได้ตามเดือนเลย

    สำหรับท่านใดจะสอบถามปัญหาต่าง ๆ ก้อสามารถฝากที่  ลงนามเยี่ยมกระปอมน้อยครับ

              มีชาวสเปซฝากผมบ่อยว่าอยู่ที่ประเทศไหนตอนนี้อยู่ที่เมืองไทยครับ  ที่บอกว่า  อัพสเปซตามเวลาเมืองไทยนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยที่อยู่ยังต่างแดนครับ  เพราะชาวสเปซที่เป็นคนไทยที่อยู่ในต่างแดนติดตามอ่านบล๊อคของพันธมิตรทางความสุขกันมากครับ

     

    ประวัติพระราชวัง



                วันนี้มาต่อกันด้วยเรื่องเกี่ยววังกันบ้างนะครับ เพราะช่วงใกล้จะถึงวันเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของในหลวงของเรา จึงอยากนำเสนอเรื่องนี้ครับ

                                        พระบรมมหาราชวัง

      
    ความเป็นมา

               
    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ เมื่อเสร็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๒๕ ได้ทรงมีพระราชดำริว่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับพระราชวังเดิมของกรุงธนบุรี เป็นชัยภูมิเหมาะสมที่จะตั้งเป็นพระมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่แหลมยื่นออกมา มีความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์เพราะได้แม่น้ำเป็นคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้ จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาวิจิตรนาวีกับพระยาธรรมาธิบดีเป็นแม่กอง สถาปนาพระราชวังแห่งใหม่ ณ ที่บ้านพระยาราชาเศรษฐี และหมู่บ้านชาวจีน โดยให้พระยาราชาเศรษฐีนำคนจีนไปตั้งบ้านเรือนอยู่ใหม่ในที่สวน ตั้งแต่คลองใต้วัดสามปลื้มจนถึงคลองเหนือวัดสำเพ็ง และมีรับสั่งให้ไปรื้อกำแพงและป้อมกรุงศรีอยุธยา เพื่อเอาอิฐมาสร้างกำแพงและป้อมปราการกรุงเทพฯ เพื่อมิให้กรุงศรีอยุธยาเป็นที่อาศัยของข้าศึก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอารามขึ้นในพระราชวังและอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาประดิษฐาน และพระราชทานนามพระอารามใหม่นี้ว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

               
    พระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่นี้ได้ถ่ายแบบจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยามาทุกอย่าง กล่าวคือ สร้างชิดแม่น้ำ หันหน้าวังขึ้นเหนือน้ำ เอาแม่น้ำไว้ข้างซ้ายพระราชวัง เอากำแพงเมืองด้านข้างแม่น้ำเป็นกำแพงพระราชวังชั้นนอก การวางผังพระที่นั่งต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน คือ หมู่พระมหามณเฑียรตรงกับพระวิหารสมเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตรงกับพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามตรงกับวัดพระศรีสรรเพชร รวมเนื้อที่ประมาณ ๑๓๒ ไร่

               
    พระบรมมหาราชวังเดิมสร้างด้วยเครื่องไม้ ส่วนวัดพระศรีรัตนศาสดารามสร้างด้วยอิฐ ถือปูน ป้อมและกำแพงวังก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูเป็นประตูเครื่องยอดไม้ทรงมณฑป ทาสีดินแดง เช่นเดียวกับสมัยอยุธยา ในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ขยายพระราชวังด้านใต้ออกไปเช่นทุกวันนี้

                                          
    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

                                          
    Dusit Maha Prasat Throne Hall

               
    เป็นพระมหาปราสาทองค์แรกที่สร้าง โดยถ่ายแบบจากพระที่นั่งสรรเพชรมหาปราสาทที่อยุธยา สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นปราสาทสี่มุข พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท พระที่นั่งนี้เกิดเพลิงไหม้เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างประสาทองค์ใหม่ มีขนาดเท่าพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ที่อยุธยา พระราชทานนามว่า พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท เป็นประสาทจตุรมุข ยอดทรงมณฑปซ้อนเจ็ดชั้นประดับกระจก หลังคาดาดด้วยดีบุก มีมุขเด็จทางด้านทิศเหนือ เป็นที่เสด็จออกมหาสมาคม พระที่นั่งองค์นี้มีการซ่อมหลายครั้ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้เปลี่ยนเครื่องยอดจากการมุงดาดด้วยดีบุก เป็นมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี

               
    พระแท่นราชบัลลังก์ ประดับมุก ปักนพปฎลมหาเศวตฉัตร ตั้งอยู่กลางพระมหาปราสาท พระแท่นบรรทมประดับมุก ตั้งอยู่ทางมุขด้านตะวันออก พระแท่นทั้งสองนี้ เจ้าพระยามหาเสนา (บุนนาค) ทำถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ นับเป็นศิลปวัตถุชิ้นเอกชิ้นหนึ่งของไทย พระที่นั่งองค์นี้เป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระมหาปราสาทที่เป็นหลักของพระมหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระอัครมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ และใช้ในพระราชพิธีต่างๆ เช่นพระราชพิธีฉัตรมงคล

               
    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้เคยโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ชุมมุมพระสงฆ์ทำการสังคายนาพระไตรปิฎก และพระองค์ได้ทรงใช้พระที่นั่งพิมานรัตยา (อยู่ที่ส่วนยาวของมุขหลัง มีมุขกระสันต่อถึงกัน) เป็นพระวิมานที่บรรทม และใช้พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่เสด็จออกขุนนางเมื่อคราวซ่อมหมู่พระมหามณเฑียร

               
    พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท เป็นปราสาทยอดเครื่องไม้ที่มีความงามด้านสัดส่วนทรวดทรง ครบถ้วนทางสถาปัตยกรรม และครบเครื่องที่เกี่ยวกับความเป็นปราสาท คือ มีห้องท้องพระโรงที่เสด็จออกพระวิมาน ที่ประทับมีปรัศว์ซ้าย ปรัศว์ขวา และเรือนจันทร์ตั้งขวางอยู่ทางท้ายมุข อยู่ในประเภทปราสาทศรี

               
    อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ช่วงนี้ขออัพเรื่องที่เป็นวิชาการหน่อยนะครับ เพราะช่วงไม่มีเรื่องฮาๆขำๆ มานำเสนอ

               
    มีความสุขมาก ๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )

     

    ประกาศ

    อัพบล๊อคครั้งต่อไป  วันที่  27  พ.ค.   เวลา  23.00 น. ตามเวลาเมืองไทย

        

    รู้ไว้ใช่ว่า... ใส่บ่าแบกหาม



                วันนี้มาต่อกันด้วยสาระความรู้อีกบล็อคหนึ่งนะครับ เพราะช่วงนี้อยากให้ทุกท่านมีความรู้กัน เพราะพันธมิตรทางความสุข บอกจุดประสงค์ของการทำสเปซนี้ขึ้นมาแล้วว่า "แหล่งสาระความรู้ และความบันเทิง" เดือนหน้าก้อจะเป็นเดือนเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวงของเรา อยากเชิญชวนชาวสเปซทุกท่านใส่สายรัดข้อมือ เพื่อเป็นการร่วมใจกันแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549

                                       ที่สุดในประเทศไทย

               
    ทางรถไฟสายยาวที่สุด

               
    คือ ทางรถไฟสายใต้ เริ่มจากสถานีรถไฟธนบุรี (สถานีบางกอกน้อย) ในกรุงเทพมหานคร ผ่านนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี จนถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ระยะทางทั้งสิ้น 1,144 กิโลเมตร

               
    ถนนที่ยาวที่สุด

               
    คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เริ่มจากกรุงเทพฯ ถึงสงขลา ระยะทางทั้งสิ้น 1,274 กิโลเมตร

               
    ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย (ซึ่งอดีตก็เคยเป็นที่สุดในโลก)

               
    ตั้งอยู่ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีความสูง 3.20 เมตร เส้นรอบวงที่ฐาน 2.65 เมตร เส้นรอบวงตู้ 2.40 เมตร สร้างในปี พ.ศ. 2467

               
    เรือดำน้ำ ครั้งแรกในราชนาวีไทย

               
    เข้าประจำการเมื่อ พ.ศ. 2478 ตามแนวความคิดของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ โดยได้สั่งเรือดำน้ำขนาดเล็กจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 ลำ มีชื่อว่า ร.ล.มัจฉานุ, ร.ล.วรุณ, ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล ใช้งานได้ราว 13 ปีก็ปลดระวาง มีเพียงเรือหลวงมัจฉานุ ที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ในปัจจุบัน

               
    เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

               
    พรรคประชาธิปัตย์

               
    จังหวัดที่มีประชากรเบาบางที่สุด

               
    คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความหนาแน่นเพียง 17 คน ต่อตารางกิโลเมตร

               
    อำเภอที่มีประชากรมากที่สุด

               
    คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ 435,122 คน (พ.ศ. 2543)

               
    อำเภอที่มีประชากรน้อยที่สุด

               
    คือ อำเภอเกาะกูด (จังหวัดตราด) 2,042 คน (พ.ศ. 2543)

               
    บุคคลที่รวยที่สุดในประเทศ

               
    เจริญ สิริวัฒนภักดี (พ.ศ. 2548) เจ้าของธุรกิจเบียร์ช้าง

               
    ธนาคารกรุงไทย

               
    เป็นธนาคารของรัฐบาลที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด

               
    ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

               
    คือ ยอดดอยอินทนนท์ ในจังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,576 เมตร หรือ 8,450 ฟุต

               
    แม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

               
    คือ แม่น้ำชีเกิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิ มหาสารคาม และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูลในจังหวัดอุบลราชธานี มีความยาวทั้งสิ้น 765 กิโลเมตร

               
    อุทยานแห่งชาติแห่งแรก

               
    คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505

               
    จังหวัดที่ตั้งขึ้นหลังสุด

               
    คือ จังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นจังหวัดที่ 76 ขอประเทศไทย โดยมีนายชาติสง่า โมฬีชาติ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรก

               
    อำเภอใต้สุดของประเทศ

               
    คือ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

               
    อำเภอเหนือสุดของประเทศ

               
    คือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

               
    โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

               
    แอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน มีห้อง 5,100 ห้อง อยู่บริเวณเขตพัทยา

               
    ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย

               
    คือ ตึกใบหยก 2 ในกรุงเทพมหานคร (เป็นอันดับ 26 ของโลก, สถิติ พ.ศ. 2548)

               
    อุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

               
    คือ อุโมงค์ขุนตาน อยู่ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีความยาวทั้งสิ้น 1,352 เมตร สร้าง เมื่อ พ.ศ 2450 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2461 เป็นอุโมงค์สำหรับให้ทางรถไฟสายเหนือลอดผ่าน

               
    อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งเดียวในประเทศไทย

               
    อยู่ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

               
    พระที่นั่ง ที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และในโลก

               
    คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นพระที่นั่งถาวรองค์แรกในพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพระราชวังดุสิต เมื่อ พ.ศ. 2444

               
    สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทย

               
    สะพานพระราม 6 สร้างเมื่อ พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

               
    หอบังคับการบิน มีความสูงที่สุดในโลก

               
    คือ สนามบินสุวรรณภูมิ คือสูง 132.2 เมตร

               
    จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด

               
    จังหวัดนครราชสีมา 20,493.964 ตารางกิโลเมตร

               
    จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุด

               
    จังหวัดสมุทรสงคราม 431,801 ตารางกิโลเมตร

               
    ยอดเขาสูงที่สุด

               
    ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

               
    จังหวัดที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุด

               
    จังหวัดเชียงราย 2,575 เมตร หรือ 8,450 ฟุต

               
    แม่น้ำที่ยาวที่สุด

               
    แม่น้ำมูล ยาว 673 กิโลเมตร

               
    ส่วนที่ยาวที่สุดของไทยจากเหนือสุด

               
    อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ถึงใต้สุด คืออำเภอเบตง จังหวัดยะลา ระยะทาง 1,620 กิโลเมตร

               
    ส่วนที่กว้างที่สุดของไทยจากตะวันออก

               
    ตำลบช่องแม็ก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ถึงตะวันตก คือ ด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 750 กิโลเมตร

               
    ส่วนที่แคบที่สุดของแผ่นดินไทย

               
    ที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบฯ กว้างเพียง 10.6 กิโลเมตร

               
    บริเวณที่แคบที่สุดของคาบสมุทรภาคใต้

               
    คอคอดกระ อยู่ที่จังหวัดระนอง กว้าง 50-80 กิโลเมตร

               
    เทือกเขาที่ยาวที่สุด

               
    เทือกเขาตะนาวศรี ยาวประมาณ 834 กิโลเมตร สูงประมาณ 1,500 เมตร

               
    บริเวณที่ฝนตกชุกที่สุด

               
    จังหวัดระนอง ฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ 5,106.3 มิลลิเมตร

               
    บริเวณที่ฝนตกน้อยที่สุด

               
    จังหวัดตาก ฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ 951.1 มิลลิเมตร

               
    ทางรถไฟสายที่ยาวที่สุด

               
    ทางรถไฟสายใต้ จากสถานีธนบุรี ถึงสุไหงโก-ลก ยาว 1,144 กิโลเมตร

               
    ทางหลาวแผ่นดินสายที่ยาวที่สุด

               
    ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม เริ่มจากกรุงเทพฯ ถึงคลองพรวน ระยะทาง 1,352 กิโลเมตร

               
    พระนอนที่ยาวที่สุด

               
    พระนอนวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ ยาว 46 เมตร

               
    พระพุทธยืนที่สูงที่สุด

               
    หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ

               
    พระพุทธรูปปางสมาธิที่ใหญ่ที่สุด

               
    พระพุทธโคดม วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี

               
    พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุด

               
    พระสุโขทัยไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ คิดเป็นทองคำหนัก 5 ตันครึ่ง หรือ 25,000 ปอนด์

               
    เจดีย์ที่สูงที่สุด

               
    พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม สูง 3 เส้น 1 คืบ 6 นิ้ว

               
    สะพานที่ยาวที่สุด

               
    สะพานติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ยาว 2,950 เมตร

               
    พันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

               
    ปลาบึก พบในแม่น้ำโขง

               
    วัดที่มีเจดีย์มากที่สุด

               
    วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ

               
    นายกรัฐนมตรีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด

               
    จอมพล ป. พิบูลสงคราม 14 ปี 11 เดือน 18 วัน

               
    น้ำตกที่สูงที่สุด

               
    น้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก

               
    ระฆังที่ใหญ่ที่สุด

               
    ระฆังวัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

               
    เกาะที่ใหญ่ที่สุด

               
    เกาะภูเก็ต พื้นที่ประมาณ 538,720 กิโลเมตร

               
    นี้เป็นสิ่งที่ติดอันดับของไทย อ่านจบแล้วก้อไปแข่งตอบปัญหาที่เกมเศรษฐีได้ อิอิ

               
    ปล. ขออภัยทุกท่านที่เข้ามาแวะสเปซของพันธมิตรทางความสุขทุกท่าน เนื่องด้วยสเปซของกระปอมโหลดนานมาก ปัญหาเกิดจากเว็บอัพรูปตอนนี้กำลังเร่งเปลี่ยนให้โหลดเร็วขึ้น แต่ติดอยู่ที่เว็บอัพรูปที่กำลังจะใช้ยังไม่สมบูรณ์ไม่สามรถอัพรูปขึ้นเว็บได้ หรือท่านใดมีเว็บอัพรูปที่ใช้งานได้ดีก้อช่วยแนะนำด้วยนะครับ

               
    มีความสุขมากๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )
    ประกาศ

          อัพบล๊อคครั้งต่อไปในวันที่  20  พ.ค.  เวลา  23.00  น.  ตามเวลาเมืองไทยครับ

         

    สะเก็ดโลก & ที่สุดในโลก



                หวัดดีครับชาวสเปซทุกท่านวันนี้นำเกร็ดความรู้มาฝากทุกท่านให้ได้อ่านกันนะครับ อ่านแล้วก้อช่วยตอบคำถามไว้ในใจด้วยนะครับว่าท่านตอบถูกกี่ข้อ เพราะเป็นเกร็ดความรู้อ่านแล้วได้ความรู้รอบตัวดีครับ

                ทวีปอะไรมีพื้นที่มากที่สุดในโลก

               
    ( ทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ 17,000,000 ตารางไมล์ )

               
    ประเทศใดในปัจจุบันที่มีอุตสาหกรรมต่อเรือมากที่สุดในโลก

               
    ( ประเทศญี่ปุ่น )

               
    ถนนอะไรที่มีคนไปทำธุรกิจกันอย่างแอดอัดที่สุดในโลก

               
    ( ถนนสายที่ 5 ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา )

               
    เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ เพชรอาไร

               
    ( เพชรที่มีว่า “ โคฮินัว” ( Kohi Noor ) ใช้ประดับมงกุฎของพระราชินีแห่งอังกฤษ )

               
    ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

               
    ( ประเทศจีน มีประชากร 8,200,000,000 คน )

               
    ส่วนที่ลึกที่สุดของโลกอยู่ที่ไหน

               
    ( อยู่ที่ Challenger Deep ใกล้เกาะมาเรียนาในมหาสมุทรแปซิฟิก ลึกถึง 36,204 ฟุต )

               
    ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน

               
    ( ทะเลสาบสุพีเรีย อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดา มีเนื้อประมาณ 31,820 ตารางไมล์ )

               
    ประเทศอะไรมีที่ตั้งอยู่ในระดับที่สูงสุดในโลก

               
    ( ธิเบต ซึ่งปัจจุบันเป็นมณฑลหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน )

               
    เหล้าองุ่นผลิตมากที่สุดในโลกที่ประเทศใด

               
    ( ประเทศฝรั่งเศล )

               
    ในปัจจุบันเรือเดินสมุทรลำใดเป็นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

               
    ( เรือพีแอนด์โอ แกรนด์ ( P&O Grand Princess ) ซึ่งทำพิธีปล่อยลงน้ำเป็นครั้งแรกเมื่อ 27 พฤษภาคม 2541 )

               
    ทะเลอะไรเป็นทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

               
    ( ทะเลจีน มีพื้นที่ประมาณ 31,000,000 ตารางไมล์ )

               
    จัตุรัสอะไรได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก

               
    ( จัตุรัส Place de la concorde ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศล )

               
    ในปัจจุบันทวีปอะไรมีช้างป่าอยู่มากที่สุดในโลก

               
    ( ทวีปอาฟริกา )

               
    น้ำพุธรรมชาติที่สวยงามที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน

               
    ( น้ำพุในสวนสาธารณะเยลโลว์สโตน ( Yellow Stone Park ) ในมลรัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา )

               
    อ่าวจอดเรือที่มีทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในโลก ได้แก่อ่าวอะไร

               
    ( อ่าวซิดนีย์ในประเทศออสเตรเลีย )

               
    ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ทะเลสาบอะไร

               
    ( ทะเลสาบมืด อยู่เหนือเขื่อนระหว่างรัฐเนวาดากับอะริโชนาของสหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ 1,892.728 เอเคอร์ หรือ 293,124 ตารางไมล์ )

               
    ทะเลสาบอะไรมีระดับน้ำลึกที่สุดในโลก

               
    ( ทะเลสาบไบคาลในไวบีเรีย ลึก 4,000 ฟุต )

               
    ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุดในโลก

               
    ( ประเทศฟินแลนด์มีทะเลสาบประมาณ 7,000 แห่ง )

               
    กำแพงที่ยาวที่สุดในโลกได้แก่กำแพงอะไร

               
    ( กำแพงเมืองจีน สร้างในสมัยพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ ยาวประมาณ 1,400 ไมล์ )

               
    ปากแม่น้ำอะไรที่กว้างที่สุดในโลก

               
    ( ปากแม่น้ำอะเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ กว้างถึง 170 ไมล์ )

               
    ข้อมูลจาก : หนังสือ “วิทยุสราญรมย์ “ ราย 3 เดือน ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2543 จัดทำโดย สถานีวิทยุสราญรมย์ กองวิทยุกระจายเสียง กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

               
    ปล. ชาวก๊วนฮากันตรึม คงจะสบายใจที่กระปอมน้อยไม่ได้แซวในบล็อคนี้ อิอิ แต่ขอแซวอาเจ้หน่อยหนึ่ง เวลาคุยกันกับก๊วนฮากันตรึมอย่าหัวเราะมากนะครับ เพราะได้ข่าวว่าเป็นโรคฮากระจายอยู่ และระวังน้ำหมากกระจายและฟันปลอมล่วงออกจากปากนะ อาเจ้ อิอิอิอิอิอิ

               
    อ่านจบแล้วมีให้ความสุขมากๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )



                มาต่อกันอีกนิดนะครับ เพราะได้ข้อมูลเพิ่มมาอีก อยากให้อ่านกันจริง ๆ ครับ มาอ่านกันดีกว่าครับ

                กล้องดูดาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน

               
    ( กล้องดูดาวเฮลเทเลสโคป อยุ่ที่หอดูดาวบนยอดเขาปาโลมาร์ Mount Palomar รัฐคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เลนส์ขยายของกล้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 200 นิ้ว )

               
    ปืนใหญ่สงครามที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้แก่ปืนอะไร

               
    ( ปืนกุสตาฟเกซี ของเยอร์มัน สร้างขึ้นใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีลำกล้องยาว 1,344 นิ้ว ปากกระบอกกว้าง 31 นิ้ว กระสุนนัดหนึ่งหนัก 8 ตัน ) อิอินึกว่าปืนใหญ่ อาร์เซ่นอล 55555+++++

               
    นกอะไรที่ได้ชื่อว่ามีตาไวเห็นได้ไกลมากที่สุดในโลก

               
    ( นกแร้ง )

               
    งูอะไรได้ชื่อว่าเป็นงูที่ดุร้ายที่สุดในโลก

               
    ( จงอาง ) 5555++++ นึกว่าเฒ่าหัวงูสะอีกนะครับ อิอิอิ

               
    สะพานที่ยาวที่สุดในโลกได้แก่สะพานอะไร

               
    ( สะพานคีย์เวสต์เอ็กซ์เทนชั่น ( Key West Extension ) ในรัฐฟอริดา สหรัฐอเมริกา ยาวถึง 17.2 กิโลเมตร

               
    นกอะไรตัวเล้กที่สุดในโลก

               
    ( นกฮัมมิ่ง )

               
    ประเทศอะไรที่ประกอบด้วยเกาะจำนวนมากที่สุด

               
    ( ประเทศอินโดนีเชีย ประกอบด้วยเกาะประมาณ 17,000 เกาะ

               
    จบแล้วครับ อ่านมากๆๆ ได้ความรู้ดีนะครับ

               
    มีความสุขมากๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )

     

    ประกาศ

    อัพบล๊อคครั้งต่อไป  วันที่  13  พฤษภาคม  2549  เวลา  23.00  น.  ตามเวลาเมืองไทยนะครับ 

    ภาษากระปอม วันละนิดหน่อยจิตแจ่มใส



                หวัดดีชาวสเปซทุกท่าน มาต่อบล็อคนี้ ก้อต้องบอกว่า มิตรภาพ....ปาฏิหาริย์บนโลกสเปซ ได้ก่อตัวขึ้นแล้วเหมือนกัน ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2544 ณ.ห้องพันธทิพย์ดอตคอม ชุมชนในโลกไซเบอร์ นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ ไปยาลใหญ่ บุคคลนี้เป็นผู้ป่วยครับ และได้มาตั้งกระทู้ไว้และมีผู้คนจำนวนไม่น้อยในสมัยที่ติดตามอ่านกระทู้ของคุณไปยาลใหญ่ ปัจจุบันนี้ก้อได้มีหนังสือเรื่องมิตรภาพ...ปาฏิหาริย์บนโลกอินเทอร์เน็ต ท่านใดสนใจที่จะติดตามอ่านก้อเชิญได้ตามลิงค์ที่ได้ทำไว้ให้แล้วนะครับ

                รวมผลงานไปยาลใหญ่

               
    ๏ ๏ ๏ ๏ ควันหลง ช่วงที่ผมไปรักษา มะเร็ง ๏ ๏ ๏ ๏

               
    ๏ ๏ ๏ เที่ยวละไม กับไปยาล ๏ ๏ ๏ [เล่าด้วยรูป]


      


                มาดูเรื่องราวของผมบ้างนะครับ เป็นภาคต่อจากเรื่องชื่อนี้ท่านได้แต่ได๋มา แต่เรื่องนี้เป็นผลต่อเนื่องครับ เป็นเรื่องราวที่ขึ้นเกิดว่าด้วยความเซ่อซ่าของผมเอง 555+ เผาตัวเองบ้างครับ หลังจากที่เผาเพื่อนของผมมาแล้ว ก้อเป็นเรื่องแซวกันในก๊วนนะครับและผลงานความเซ่อซ่าตามสเปซต่างๆ ที่ผมไปคอมเม้นท์เอาไว้ มีอยู่วันหนึ่งท่านประธานก๊วนบอกให้ผมอ่านก่อนกดเม้นท์เพราะอ่านแล้วงง 555+++ เมื่อเราอ่านแล้วก้องงเหมือนกันอิอิ แต่ก้อเป็นความสามารถพิเศษทุกคนสามารถเลียนแบบได้ครับ เพราะเวลาที่ผมพิมพ์แล้วสมองจะคิดไวกว่านิ้วที่พิมพ์ครับ ดังนั้นในเวลาต่อมาชาวก๊วนฮากันตรึมจึงได้ขานเรียกนามว่า ภาษากระปอม เพราะอ่านแล้วไม่ฮาก้องงครับ ภาษากระปอมนี้จะปรากฏตามสเปซต่างๆ ครับ ที่เรียกว่าภาษากระปอมก้อเรียกกันตามชื่อของผมเอง 5555+++ เป็นไงบ้างครับกระปอมน้อยตัวนี้ มีภาษาเป็นของตัวเองแล้วอิอิ 5555+++ ทุกคนในก๊วนจะแซวผมเวลาที่พิมพ์ผิดและคนอื่นพิมพ์ผิดว่า ภาษากระปอมมาแล้ว แต่เรื่องเกิดขึ้นอยู่เนื่องๆๆ ในเวลาต่อมาภาษากระปอมเป็นที่นิยมในก๊วนเรามากครับ 555+++ เพราะส่วนมากจะได้รับเชื้อจากกระปอมน้อย555+++ กระปอมจึงได้ขยายพันธุ์ไปเร็วมาก แต่ที่ก๊วนเรามีสัตว์อยู่สองชนิดครับ คือปลาไหลกับกระปอม มาดูสองชนิดเป็นใครบ้าง ชนิดแรกเป็นปลาไหลครับ ก้อได้แก่ ท่านประธานก๊วน ( คุณอาของชาวสเปซ )และของขวัญ เก๋าสุดแดนสยาม ที่มาก้อคือจะคุยเรื่องราวอาไรมาสามารถคุยได้ด้วยความไหลลื่นครับ และเวลาคุยผิดก้อจะไหลไปเรื่อยๆๆจนชาวก๊วนไม่สามารถจับผิดได้ ป้าแอ๋ง (ของขวัญฯ ) จะพิเศษกว่าพวกครับ เทอร์คนนี้จะมีสัตว์อยู่ในตัวสองชนิดคือ ปลาไหลและหมูครับ อิอิ บล็อคก่อนก้อเผาเพื่อนบล็อคนี้เผานิดหน่อยนะ ตามเคย 555++ แต่ชาวก๊วนจะขานนามเทอร์ว่า ปลาไหลเร็วกว่าแสงครับ แต่บางคนก้อจะขานนามว่า ปลาไหลติดเทอร์โบ แต่มีคนแนะนำให้เปลี่ยนเป็น ปลาไหลเร็วกว่าแสง และสองคนนี้ก้อมีภาษาเป็นของตัวเองเหมือนกันครับ เป็นผลงานการตั้งให้โดยข้าพเจ้า คือภาษาปลาไหล 5555+++ ชนิดต่อมาคือกระปอมครับ ก้อคือกระปอมน้อย ( พันธมิตรทางทางความสุข ) เมื่อไรที่คนในก๊วนถามกันว่า กระปอมพิมพ์อาไร คุณอามักจะตอบว่า ปลาไหลกับกระปอมเป็นคนละสายพันธุ์กัน อิอิ 5555+++

                สรุปแล้วปัจจุบันภาษากระปอมก้อยังได้รับความนิยมอยู่ครับแล้วจะเป็นอย่างนี้ต่อเป็นครับ เพราะปรับปรุงหลายครั้งแล้วก้อยังเหมือนเดิม อิ อิ 5555+++

                ปล. 1 ขออนุญาตเผาประธานก๊วนด้วยนะครับ 5555+++

                ปล. 2 เจ้าหมูน้อยไม่โกดนะที่เผาอยู่ประจำ ถ้าวันไหนไม่ได้เผาเพื่อนแล้วนอนไม่หลับอิอิ 5555+++

                ปล. 3 ต้องขอประทานอภัยในบางลีลาของกระปอมน้อยนะครับ 5555+++

                ปล. 4 ช่วงนี้ร่างกายไม่เอื้ออำนวยที่จะไปเยี่ยมชาวสเปซเท่าไรครับ เพราะกระปอมน้อยติดเชื้อครับ 5555+++

                ปล.5 คนที่โดนเผาห้ามโกดนะครับ

                ปล.6 ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่ชาวสเปซมอบให้นะครับ

               ปล. สุดท้ายขอให้ชาวสเปซทุกท่านอยู่แดงมีฮีนะครับ จากใจ กระปอมน้อย (พันธมิตรทางความสุข )

    ประกาศ

    ร่วมประลองความเร็วอัพบล๊อคครั้งต่อไป  วันที่ 6 พ.ค. เวลา  22.30  น.  เวลาเมืองไทยนะครับ  

            ขอเลื่อนการอัพลงมาให้ไวกว่าเดิมนะครับ  เพราะช่วงนี้สุขภาพของกระปอมน้อยไม่เอื้ออำนวยแต่ก้อจะนำเรื่องราวมาให้ทุกท่านได้อ่านเป็นประจำนะครับ

          ขอบคุณชาวสเปซทุกท่านที่มีกำลังใจดีมอบให้กระปอมน้อยเสมอมานะครับ

           มีความสุขนะครับ  จากใจ พันธมิตรทางความสุข  ( กระปอมน้อย )

    cute space ของนู๋กระแต       อยู่ในใจเสมอ

     

    บรรยากาศน้ำตกภูซางช่วงสงกรานต์

      


               หวัดดีครับชาวสเปซทุกท่าน หลังจากที่ได้หายหน้าหายตาไปก้อ ได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้านอีกครั้งหนึ่ง เดินทางกลับในวันที่ 12 เมษา เวลาก้อประมาณบ่ายครับ เพราะต้องไปรอญาติที่บางแค ไปถึงก้อประมาณ บ่าย 3 แล้วนั่งรออยู่นั้นนานมากเพราะต้องรอให้ญาติทำงานเส็ดก่อน กว่าจะออกเดินทางได้ก้อตี 1 กว่า ใช้เส้นทางเดินทางสายบางบัวทอง – สุพรรณบุรี – ไปออกที่แยกอ.มโนรมย์ เส้นทางนี้ไปสะดวกกว่าครับเพราะไม่รถติดมาก จะไปติดอีกทีก้อนครสวรรค์ครับ เพราะต้องหลีกเลี่ยงรถติดและรถติดมาก ๆ ก้อเลี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย


               กลับถึงบ้านกันเกือบเที่ยงวันครับ พอไปถึงก้อทำโน้นทำนี้


               วันต่อมาก้อไปทอดผ้าป่าที่วัดบ้านเกิดเพราะกำลังก่อสร้างอยู่ หลังจากทอดผ้าป่าเส็ดก้อทักทายเพื่อนสนิทที่จากกันมานาน


                วันต่อมาก้อทำพิธีรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวไทย ช่วงบ่ายก้อได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวน้ำตกภูซาง เป็นน้ำตกประจำอำเภอครับ คนไปเที่ยวมากครับ ดูได้จากรูปข้างล่างนะครับ


                                                ประวัติน้ำตกภูซางโดยสังเขป


                " น้ำตกภูซาง " เป็นน้ำตกชั้นเดียว ซึ่งตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง สูงประมาณ 25 เมตร จุดเด่นของน้ำตกภูซางคือ เป็นน้ำตกที่เป็นกระแสน้ำอุ่น มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส

    นอกจากนี้ทางตอนเหนือของน้ำตกภูซางยังมี
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีจุดเด่นอยู่ที่ บ่อน้ำซับอุ่น ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกภูซาง มีลักษณะเป็นธารน้ำอุ่นผุดจากใต้ดิน มีสภาพโดยรอบเป็นพรุน้ำจืด เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพรรณที่หาดูได้ยาก

    ตัวน้ำตกภูซางอยู่ห่างไปจากที่ทำการอุทยานฯ อีกเพียง
    300 เมตร และเส้นทางสายนี้ ( ถนนหมายเลข 1093 ) ยังสามารถเดินทางต่อไปถึง ภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นยอดดอยสูงประมาณ 1,628 เมตร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เป็นระยะทาง 45 กิโลเมตร ท่านใดที่สนใจสามารถดูแผนที่การเดินทางไปยังน้ำตกภูซางได้


                                                รูปน้ำตกช่วงเทศกาลสงกรานต์


      
    บริเวณน้ำตกผู้คนสามารถขึ้นไปนั่งและยืนได้อาบน้ำได้    บริเวณกว้างของน้ำตกจะเห็นว่าเด็ก ๆ และวัยรุ่นเดินเล่นได้
      

      
    แม่น้ำข้างล่างที่เป็นสีแดงขุ่นเพราะฝนตกตอนกลางคืน    ยังมีเด็กๆ และวัยรุ่นไปเล่นอีกเน้อ
      

      
    บรรยากาศโดยรอบมีคนนั่งนั่งเล่นกันเป็นจำนวนมาก    ไม่มีที่ว่างเลยครับ
      

      
      
      

    สเปซเริ่มดองและหมักนานแล้วครับเด๋วมีคนมาแซวอีก

                   พบกันบล๊อคใหม่ในวันที่  29  เมษายน  เวลาเที่ยงคืนตรงเมืองไทยนะครับ  ท่านใดสนใจก้อร่วมประลองความเร็วได้ครับ  

                  ช่วงนี้ก้อขอดองอีกสักนิดนะครับ หวังว่าคงจะไม่เปรี้ยวและเค็มจนเกือบไปนะครับเพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวยเท่าไรเพราะมีปัญหาเรื่องโรคประจำตัวนิดหน่อย   ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

    มีความสุขนะครับ  จากใจ  พันธมิตรทางความสุข  (  กระปอมน้อย )

    สมาคมรักยิ้มแห่งประเทศไทย

      อุณหภูมิ กรุงเทพฯ
     

    ชื่อนี้ท่านได้แต่ได๋มา

    ที่มาของชื่อกระปอมน้อย




                อรุณรุ่งในยามมิตรภาพและความอบอุ่น ได้ก่อเกิดขึ้น ณ โลกแห่งไซเบอร์ ถ้าจะย่อลงมาอีกก้อคือ สังคมสเปซ เมื่อเราได้เข้ามาสัมผัสก้อได้พบว่า มีเรื่องหนุกนานเกิดขึ้นมากมาย มาลองอ่านเรื่องนี้ดูมีฮาแน่ ต้องบอกไว้ก่อนว่าฮากระจาย ระวังอย่ามองข้ามความปลอดภัย เพราะก่อนฮาระวังน้ำหมากกระเด็นไปถูกคนข้างๆๆ หรือฟันปลอมที่ท่านใส่จะกระเด็นออกมาวิ่งเล่น ประการสุดท้าย ฮาแล้วอย่าลืมเก็บฟันปลอมด้วยล่ะ

                อยากจะบอกว่าชื่อกระปอมน้อยนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แต่ยังจำได้นะครับ ถ้าจำไม่ได้ก้อคงไม่สามารถมาเหล้า เอ่ยเล่าได้ ณ MSN หน้าหนึ่งได้มีกลุ่มหรือก๊วนหนึ่งได้ก่อตัวกันขึ้น และได้เรียกก๊วนนี้กันต่อ ๆ ๆ มา ว่า ก๊วนฮากันตรึม ก้อจะว่าไปแล้วกระปอมน้อยเป็นน้องนุชสุดท้าย ที่ได้เข้าร่วมก๊วนนี้ การเข้าร่วมก้อมีการตั้งชื่อกัน แต่เราใช้ชื่อ ชล มันไม่เพราะหรือกระไรก้อไม่ทราบ วันหนึ่งกระปอมน้อยได้เรียกเพื่อนประจำก๊วนคนหนึ่งว่า หมูน้อยหมวกแดง เขาจึงเอ่ยคำหนึ่งออกมาว่า เรียกเราว่าไรนะ “หมูน้อยหมวกแดง” ไง แล้วจะทำไม แม่สาวเมืองโอ่ง ระวังอย่าพยายามโกดนะ เด๋วไขมันของเทอร์จะมารำเต้นให้ฉันดู เห็นที่สเปซอาเจ้ฉันแล้ว รับไม่ได้ไขมันหน้าท้องเทอร์มันช่างทะเลาะกันน่าดูเลย 5555+++

                แม่สาวเมืองโอ่ง ก้อเอ่ยขานคำหนึ่งขึ้น เจ้ากระปอมน้อย คนไรไม่รู้หน้าเหมือนกระปอม 55555+++ เมื่อสิ้นเสียงแม่สาวน้อยหมูน้อยหมวกแดง เราก้อได้นึกในใจ ชะเลยเน้อ ปั๊ดเหนี่ยวเลย 555++ คนไรว่ะ ตั้งชื่อก้อไม่เพราะเลย ให้ชื่อไรมาก้อไม่รู้ คิดแล้วเศร้า

                แล้วมันไม่ใช่แค่นั้นสิจากเจ้าหมูน้อยหมวกแดงคนเดียวที่เรียก ในก๊วนก้อเรียกชื่อ กระปอมน้อย ทั่วก๊วนเลย คิดแล้วก้อต้องยอมรับโดยดี เพราะเจ้าหมูน้อยหมวกแดง จะดีดเรานอกโลกชะงั้นเลย แต่เราคิดว่า กระปอมน้อยได้กลายพันธุ์เป็น กระปอมน้อยต่างดาวแล้ว 555++ แต่เจ้าหมูน้อยหมวกแดงยังเป็นหมูที่นอนอยู่ในเล้าอยู่เลย 5555+++ ต้องรอวันที่เขานำไปเชือดเป็นอาหารอยู่วันยังค่ำเน้อ จงนอนต่อไปนะ เจ้าหมูน้อยหมวกแดง

                แต่กระปอมน้อยโกอินเตอร์แล้ว เพราะได้เป็นกระปอมน้อยต่างดาวแล้ว หุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุหุ

               มีกลอนมาฝากครับ แต่ไม่ได้แต่เองครับ ก๊อบ ( ปี้ ) อิอิ เขามา หุหุหุหุหุ

                                            อันกิ่งก้อย กิ้งก่า และกิ้งกือ

                                            มันคือชื่อสัตว์เลื้อยคลานชาญสมร

                                            เดินไป ไหนมาไหนได้แต่แนวนอน

                                            ชอบตะลอนไป ทั่วทุกถิ่นไพร

                                            แต่กิ้งก่ามีอีกชื่อคือกระปอม

                                            ย่างแล้วหอม พูดแล้วน้ำลายไหล

                                            แต่ถ้าเห็นตอนเป็นๆขอหลีกไกล

                                            ย่างแล้วไซร้กลับวิ่งไป หยิบมากิน แซบหลายเด้อ

                                   ประพันธ์โดย : ไม้ยมก แห่งทะเลสาบ

                ปล. ที่ 1 คนแต่งให้ฝากให้มาบอว่า “อ๋อ ก็บอกว่าเพื่อนแต่งให้ ให้ลองทายดู ใครทายถูกให้หอม 10 ครั้ง” ( หอมแก้มคนแต่งนะครับ แต่ถ้าหอมแก้มกระปอมน้อยเหม็นเขียวแน่นอนครับ ) 555555++++

                ปล. ที่ 2 ร่วมทายว่าใครแต่งกลอนนี้ ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นการหอมแก้ม 10 ครั้ง จากคนแต่งกลอน ฟรีทันทีเมื่อทายถูก

                ปล. ที่ 3 ประกาศผลหลังสงกรานต์ 23 เมษายน นี้

                ปล. สุดท้าย ให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ ๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข ( กระปอมน้อย )

    กระปอมน้อย  ( พันธมิตรทางความสุข  )  ขอพักเรื่องการอัพสเปซไว้ชั่วคราว

                เนื่องด้วยต้องเดินทางไปท่องเที่ยวไทย  ในเทศกาลสงกรานต์   ชาวสเปซทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม  สเปซพันธมิตรทางความสุข    ก้อฝากเม้นท์ไว้ได้นะครับ  กลับมาจากท่องเที่ยวไทยแล้ว   จะแวะไปเยี่ยมและอ่านเรื่องราวของท่านในโอกาสที่กลับมาจากท่องเที่ยวทั่วไทย 

                  ขอให้ชาวสเปซทุกท่านความสุขมาก ๆ ๆ  ในเทศกาลสงกรานต์ ท่านใดที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ใดก้อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ  จากใจ  กระปอมน้อย ( พันธมิตรทางความสุข )

     

    สมาคมรักยิ้มแห่งประเทศไทย

    เรื่องวุ่นๆ ๆ ของเด็กเทพ ภาค 3 (ตอนจบ)

     

     



                หวัดดีครับ ชาวสเปซทุกท่าน วันนี้ก้อมาต่อเรื่องวุ่นๆๆ ของเด็กเทพ ภาค 3 กันต่อเลยนะครับ

                หลักจากที่ตรวจร่างกายเป็นที่เรียบร้อยหมอก้อนัดให้มานอนโรงพยาบาลในอีก 2 วันต่อมา ที่ไม่สามารถนอนรักษาในวันนั้นได้ เป็นเพราะหมอต้องรักษาคนไข้เยอะ จึงไม่สามารถรับกระปอมน้อยเป็นผู้ป่วยในได้ ( ไม่รู้ว่าใช้ศัพท์ถูกหรือป่าว ) และก้อไม่อยากนอนโรงบาลเลยครับ เพราะเบื่อการนอนโรงบาลมาก ถึงวันที่หมอนัดก้อไปตอนประมาณบ่ายกว่าๆ และได้เป็นผู้ป่วยในเลย แต่การรับรักษาอาการต้องเป็นอีกวันหนึ่ง

                รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ เป็นวันที่กระปอมน้อยเข้าสู่ห้องเชือด อ้าวไม่ใช่ห้องผ่าตัด อิอิ ก่อนเข้าต้องให้งดทานอาหารและดื่มน้ำ แล้วพยาบาลสาวก้อมาบอกว่าจะผ่าตัดเวลาประมาณ 9 โมงเช้า แต่ก้อไม่ได้คิดกลัวอาไรนะครับ เพราะเคยผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ก้อเป็นครั้งที่ 3 ก้อสบาย ๆ ครับ เพราะที่นี้มีหมอและพยาบาลสาวๆ เยอะ 555+++

                เวลาประมาณ 9 โมงกว่าๆ ก้อมีผู้ช่วยพยาบาลมารับตัวไปตรวจร่างกายก่อนเข้าห้องเชือด อิอิ ก้อตรวจอาไรอีกนิดหน่อย แล้วก้อมานอนรอที่หน้าห้องเชือด รอประมาณ 15 นาที พยาบาลก้อนำเข็มฉีดยากับอุปกรณ์มาฉีดยาเย็นชา อิอิ พยาบาลจะฉีดยาเย็นชาให้นะ พยาบาลว่าพร้อมยัง กระปอมน้อยก้อบอกว่า แปปปปปนะครับ ที่บอกว่ารอก่อนเพราะทำใจให้สบายนะครับ เพราะฉีดที่บริเวณรอบดวงตาทำให้มองเห็นตลอดเลย จึงบอกว่ารอแปปนะ ก้อฉีดยาไปประมาณ 5-6 เข็มนะครับ ถ้าใครเคยฉีดก้อจะรู้เป็นไงนะครับ และการฉีดยาเป็นวิธีการฉีดปกติที่ไหนล่ะต้องฉีดจับเนื้อดึงเพื่อให้ยากระจายชะอีก เหมือนเวลาเราฉีกหนังอกเนื้อไก่ยังไงยังงั้นเลย

                เมื่อฉีดยาได้สักพักก้อเวลาเข้าห้องเชือดแล้วครับ ตอนนี้สยองมากครับ เพราะระหว่างหมอผ่าตัดก้อได้ยินคุยกันตลอดเวลาเลย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมีหมอฝึกหัด หรือนิสิตที่เรียนหมอมาดูด้วย เพราะหูได้ยินหมอที่ทำการผ่าตัดสอนกันอยู่ตลอดเลย ก้ออยากดูหมอสาวๆๆ ที่มาเรียนดูนะครับ ว่าจะสาวและสวยขนาดไหน อิอิ แต่หมอเล่นเอาผ้าปิดตาไว้หมดเลย เลยอดดูหมอสาวๆ เลย อิอิ ผาตัดเส็ดก้อประมาณ 11 โมงกว่านะครับ พอเส็ดหิวข้าวมากเพราะไม่ได้ทานอาไรเลย แต่ก้อทานไม่ได้มาก เพราะยาเย็นชาเล่นงานเอา เลยทำให้ไม่รู้รสชาติอาหารมื้อนั้นไปเลย นอนพักรักษาตัวอยู่ประมาณ 3 วันก้อออกมารักษาต่อที่บ้าน และก้อไปโรงบาลอาทิตย์ละครั้ง เป็นอยู่อย่างนี้ประมาณเกือบเดือนเลย

                                                                                    จบบริบูรณ์

                ปล. ที่ 1 ขอบคุณหมอและพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทุกท่านช่วยรักษากระปอมน้อย

                ปล. ที่ 2 ขอบคุณชาวสเปซทุกท่านที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด

                ปล. ที่ 3 ไม่อยากเข้าโรงบาลอีกเลยครับ เพราะไม่อยากนั่งๆ นอนๆ มันเซ็งระเบิด ฮากระจายเลย เพราะช่วงนี้ไปนอนพักรักษาตัวที่โรงบาลมีฮามากครับ แต่ไม่อยากเล่าเพราะเกี่ยวกับกฎของโรงพยาบาล เพราะจะมีผลกระทบต่อพยาบาลและบุรุษพยาบาลที่ดูแลเรา อย่าคิดมากนะครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องชู้สาวเลยแม้แต่น้อย และอย่าสงกะสัยนะครับ เพราะไม่อยากเล่า อิอิ

                ปล. สุดท้าย ให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข

     

            ติดตามอ่านเรื่องต่อไปว่ากระปอมน้อย ( พันธมิตรทางความสุข ) จะนำเรื่องอาไรมาให้ท่านได้อ่านนะครับ   พบกันในวันเสาร์ที่  8  เมษายน  นี้  เวลาเที่ยงคืนตรงโดยประมาณ  เวลาเมืองไทย  เปลี่ยนวันอัพบ้างครับ  เพราะวันอาทิตย์  เน็ตเตาทุกครั้งเลยที่อัพบล๊อคใหม่  อย่าลืมลงประลองความเร็วนะครับ  เป็นการทดสอบว่าเน็ตเราเร็วขนาดไหนนะครับ  รับรองมันส์กว่าสนามไทยแลนด์เซอร์กิต    พัทยา  อย่างแน่นอน 

    อย่างพลาดการันต์ตีความมันส์โดยก๊วนฮากันตรึม

    เรื่องวุ่น ๆ ๆ ของเด็กเทพ ภาค 2



                หวัดดีครับ ชาวสเปซทุกท่าน วันนี้ก้อมาต่อเรื่องที่ค้างชาวสเปซเอาไว้นะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมออีก และฝากด้วยอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ชาวสเปซคนไหนที่จะร่วมฝากข่าวให้ความช่วยเหลือเพื่อนชาวสเปซที่ได้รับความทุกข์หรือเรื่องอื่น ๆ ได้ครับฝากเรื่องที่จะให้ประชาสัมพันธ์ ได้ที่ประชาสัมพันธ์เพื่อชาวสเปซนะครับ ที่ลองมาติดตามอ่านดูนะครับ

                ต่อจากตอนที่ผ่านมา กระปอมน้อยได้เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลยงานนี้ เพราะไปรักษาที่คลินิกก้อไม่หาย เลยต้องเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ก้ออีกล่ะครับ อาการตาอักเสบของกระปอมน้อยยังไม่ทุเลา ต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อไปรักษาตาที่โรงพยาบาลเดิมที่ผ่าตัดมา แต่ก้อเป็นกำของกระปอมน้อยไปและก้อไม่เจอหมอที่รักษาให้ที่โรงพยาบาลเดิม เพราะหมอเดินทางกลับมาที่ต่างจังหวัด กำจริงๆๆ ทั้งที่เป็นวันที่ 7 เมษาเอง ไม่เจอหมอก้อต้องกลับกทม. ตามเดิมครับ ที่ก้อไปพบหมอที่โรงบาลจุฬา ฯ เหมือนเดิม


                ที่นี้หมอก้อตรวจรักษาอาการตาให้ครับ และได้ยามาทานอีกตะกร้าหนึ่ง เยอะมากครับ และหมอนัดให้ไปเจออีก และไปรอบที่ 3 หมออยากให้นำประวัติการรักษาตามาให้หมอดูอีก เพราะจะดูว่ามีโรคหรือผลข้างเคียงไรหรือป่าว เพราะจะได้รักษาถูกตามอาการ ก้อต้องโทรสับกลับบ้านให้พ่อไปขอใบประวัติผู้ป่วยของกระปอมน้อย และส่งให้ทางจดหมายมาให้ ก้อประมาณเกือบอาทิตย์ถึงจะได้ และนำใบที่ได้มาให้หมอ แต่ก้อกำอีก ใครจะไปรู้ว่าใบที่ถือไปเป็นใบส่งตัวมารักษาอีกโรงบาลหนึ่งหมอแสบมาก เราก้อเลยมานั่งคิดว่าทำไมหมอต้องห่วงประวัติผู้ป่วยด้วย น่าจะให้ไปเน้อ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเอง และเป็นการศึกษาร่วมกันของหมอเอง งงจริง ( พยาบาลพิมพ์ชนก ) ช่วยแก้ข้อข้องใจนี้ให้เราหน่อยสิครับตอนนี้ยังงงอยู่ว่าไมหมอใจแคบจังเลย และเราก้อสงสัยว่าหมอที่โรงบาลจุฬาก้อขี้เกียจตรวจละเอียดอีกด้วย

                แต่ก้อไม่เป็นไรครับ หมอที่โรงบาลจุฬาต้องสั่งให้ตรวจละเอียดเลย วันนั้นต้องเดินเข้าห้องตรวจเป็นว่าเล่นเลยครับ เพราะต้องเดินสายให้หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด กว่าจะเส็ดก้อเกือบบ่าย 3 ครับวันนั้น พอตรวจเสร็จก้อต้องเอาแฟ้มผลตรวจไปให้หมออีก ตั้งแต่เล็กจนอยู่มาจนเวลานั้นเข้าโรงบาลมา ก้อมีครั้งนี้ล่ะครับที่ให้หมอตรวจมารอนจริงๆๆ แต่ก้อดีนะครับ เพราะโรงบาลจุฬาฯ มีพยาบาลและแพทย์ฝึกหัดสาวๆสวยๆ เยอะมาก ก้อนึกในใจว่าตรวจนานๆๆ เลยครับ จะได้มองสาวๆๆ พยาบาลและหมอสาวนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 5555555+++++

                ว่าจะเขียนให้อ่านต่อก้อกลัวไม่มีเรื่องมาต่อบล๊อคหน้าเอาเป็นว่ามาอ่านต่อบล๊อคหน้านะครับ เพราะเรื่องยังอีกยาวนะครับ และโหด มัน ฮา กว่านี้อีกนะครับ

                ปล. ที่ 1 พยาบาลพิมพ์ชนกช่วยตอบคำถามด้วยนะครับ สงสัยมากครับ

                ปล. ที่ 2 ใครที่เคยไปโรงบาลจุฬา ฯ คงจะรู้นะครับว่ามีพยาบาลสาวหมอสาวสวยๆๆกันทั้งนั้น

                ปล. ที่ 3 คิดถึงพยาบาลสาว หมอสาว สวยๆๆ โรงพยาบาลจุฬา ฯ ทุกคนเลยนะครับ

                ปล. ที่ 4 ขอบคุณพยาบาล หมอทุกท่านที่ช่วยรักษากระปอมน้อยนะครับ

                ปล. สุดท้าย ให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข

                ปล. เพิ่มเติมจากคำถามที่ทิ้งไว้นะครับ

                    เหตุการณ์นี้เกิดมาตั้งแต่เข้ามาอยู่กทม . ใหม่ๆ ๆ แล้วครับ ก้อประมาณ 10 ปีกว่าแล้ว ตอนนี้ตาเป็นผัวของยายครับ อ้าวตาหายแล้วครับ

                    เรื่องการขอประวัติคนป่วยก้อทำตามขั้นตอนแล้วนะครับ บอกให้พ่อขอมาถ่ายสำเนาแล้วแต่หมอไม่อนุญาตนะครับ ก้อไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุพ่อนั่งคุยกับหมอตั้งนาน แต่หมอบอกคำเดียวว่าไปรักษาที่อื่นก้อรักษาไป ออจำอีกอย่างหนึ่งแล้วครับ หมอที่โรงบาลจุฬาไดเขียนหนังสือขอประวัติผู้ป่วยให้ด้วยนะครับ แล้วก้อเอาไปยื่นหมอที่โรงบาลเดิมด้วย

    เรื่องนี้เป็นภาคต่อจากเรื่องวุ่น ๆ ๆ ของเด็กเทพครั้งก่อนนะครับ

     

     

     

                   ติดตามอ่านภาคต่อในวันอาทิตย์ ที่  2  เมษายน  เวลา เที่ยงคืน เวลาเมืองไทย  นะครับว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร

    เดินทางด้วยน้ำมัน



                หวัดดีครับ ชาวสเปซทุกท่าน ช่วงนี้ดองสเปซนานหน่อยนะครับ เพราะไม่มีเวลามาอัพเลยเพราะงานก้อเยอะขึ้นทำให้มีเวลาน้อยลง คงเป็นอย่างนี้ไปอีกหลายเดือนนะครับ ถ้ามีเวลาก้อจะอัพเรื่องราวในอคีตของกระปอมน้อยให้ได้อ่านอีก แต่วันนี้ขอคุยเรื่องนี้ให้อ่านก่อนนะครับ

                เมื่อกลางคืนวันที่ 14 มีนาที่ผ่านมาก้อได้รับโทรจากญาติว่า ให้กลับบ้านไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ เพราะญาติจะไปส่งแม่เขา แต่เป็นยายผม ก้อบอกเขาว่ายังไม่ได้เตรียมตัวเลย ญาติบอกว่าจะมารับประมาณเที่ยงคืน หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้วก้อเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แต่เอาเข้าจริง ๆ เป็นเวลาเกือบ ตี 3 ครับ แต่ก้อไม่ได้เป็นอย่างที่คิดครับ ญาติโทรมาบอกว่าหลงทางมาหอพักผมอีก ต้องโทรบอกทางกันตลอด กว่าจะถึงที่พักเราได้ก้อเกือบตี 4 ครับ


                เริ่มเดินทางก้อตี 4 กว่าๆๆ ไปสว่างอยู่แถวสิงห์บุรี แต่แวะทานข้าวแถวพิจิตรครับ ก้อประมาณ 9 โมงกว่า ญาติก้อบอกว่าจะไปแวะเยี่ยมญาติและทำธุระที่กำแพงเพชรอีก และก้อถึงบ้านญาติที่กำแพงเพชรก้อประมาณ 10 โมงกว่าครับ ก้อคุยทักทายกันเป็นเวลาพอสมควร เริ่มทางต่อก้อประมาณบ่าย 2 โมงครับ แต่ก้อต้องก้างแผนที่ทางหลวงครับเพราะจะดูเวลาเส้นทางไหนเดินทางแล้วใกล้กว่ากัน

                ที่ดูก้อมีอยู่ 2 เส้นทางครับ ระหว่างเข้าสุโขทัยกับไปพิษณุโลก สรุปแล้วใช้ทางลัดไปพิษณุโลกครับเพราะดูแล้วน่าจะใกล้กว่าเส้นสุโขทัย ระหว่างการเดินทางก้อคุยกับอย่างหนุกหนานครับ เพราะไม่ได้พบกันนาน ก้อแวะเติมน้ำมันที่พิษณูโลกเติม 500 บาท ได้ 19.39 ลิตรครับ แวะทานข้าวเย็นที่ อ .ร้องกวาง จ.แพร่ ถึงบ้านก้อประมาณ 4 ทุ่ม เกือบ 5 ทุ่มครับ

                ก้ออาบน้ำว่าจะนอนแต่ห้อมีเรื่องอีกครับ คือญาติอีกคนไปทำธุระที่ต่างจังหวัดแถวกาฬสินธุ์ แต่โทรไปบอกว่าหลงทาง แต่โทรบอกเส้นทางกันตลอด กว่าจะได้นอนก้อตี 4 ครับ ตื่นมาก้อไปช่วยงานญาติอีกเพราะเขากำลังเตรียมตัวทำบุญอุทิศให้สามีเขา ก้อไม่ได้พักอีกทั้งวันเลย ตกกลางคืนก้อนั่งคุยกับญาติ ๆๆ กว่าจะได้นอนก้อตี 4 อีกครับ เวลาก้อ 6 โมงเช้า และวันนี้เองได้มีโอกาสเข้าบ้านเป็นครั้งแรกที่กลับบ้านครั้งนี้กำลังจะนั่งคุยพ่อแม่ได้ประมาณ 3 คำ และนั่งที่บ้านไม่ถึง 3 นาที ญาติก้อมาตามไปช่วยงานอีก ตกเย็นก้อต้องกลับกรุงเทพ หลังจากช่วยงานญาติอาบน้ำกลับกรุงเทพครับ ก้อประมาณ 2 ทุ่ม ถึงกรุงเทพก้อเกือบ 8 โมงเช้าครับ แต่ตอนกลับแวะนครสวรรค์เยี่ยมญาติอีก

                สรุปแล้วได้คุยกับพ่อแม่ 3 คำ 3 นาทีครับ และกลับไปกะพักผ่อนเต็มแต่ไม่โอกาสพักผ่อนเลยครับ และญาติก้อเยอะจริงครับ

                ปล. ให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆๆ นะครับ จากใจ พันธมิตรทางความสุข

     

    SendMeFile - Free File Hosting

    SendMeFile - the fastest and the reliable way to share files